10 ที่เที่ยวชิลๆ ต้องสะพายเป้ ไปเยือนสักครั้ง

วันหยุดนี้เตรียมเก็บสัมภาระ สะพายเป้ขึ้นบ่า พร้อมมุ่งหน้าสู่ 10 ดินแดนที่คัดสรรแล้วว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวน่าประทับใจ ของดีนั้นมีอยู่จริง เที่ยวเมืองไทย สุขใจจึงบอกต่อ

ครั้งหนึ่งในชีวิต คุณต้องลองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรียนรู้วิถีชีวิต ซึมซับเรื่องราวของชุมชนและประวัติศาสตร์ พบประเพณีท้องถิ่นที่ไม่ซ้ำใครรอยยิ้มอบอุ่นและจริงใจจากเจ้าบ้านพร้อมกับฟอกปอดสูดอากาศบริสุทธิ์ ดื่มด่ำธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ กินอาหารพื้นเมืองรสอร่อย ปลอดภัยสารพิษ ห่างไกลสารเคมี แล้วคุณจะหลงรักมนต์เสน่ห์เหล่านี้ จนต้องไปเยือนซ้ำอีกครั้ง

1. ตระการตากับเชียงราย เที่ยวแอ่งใหญ่สู่แอ่งเล็ก อำเภอเมือง ตำบลห้วยสัก
เยือนถิ่นล้านนา จังหวัดเชียงราย เริ่มต้นที่อำเภอเมือง แวะวัดพระแก้ว ซึ่งเดิมเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต เสริมสิริมงคลต่อที่วัดพระสิงห์ พระอารามหลวงที่มีสถาปัตยกรรมล้านนาไทยสมัยเชียงแสนที่งดงาม จากนั้นแวะเช็คอินที่หอนาฬิกาพุทธศิลป์ฉาบด้วยสีทองโดดเด่น

ไม่ไปไม่ได้ เพียงออกจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 13 กม. หลัก กม. ที่ 816จะพบวัดร่องขุ่น ชมความตระการตากับสีขาวตระหง่านดุจสรวงสวรรค์ผลงานชิ้นเอกของศิลปินแห่งชาติ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
ต่อที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง มุ่งไปจิบชาเขียวดอยแม่สลอง แหล่งปลูกชาขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในประเทศจัดมื้อหนักกินอาหารชมวิว บนยอดดอยที่อำเภอแม่สาย ดอยผาฮี้ ที่ AKA-MINO เพราะที่ท่องเที่ยวแต่ละแอ่งเชื่อมโยงถึงกัน จากแอ่งใหญ่สู่แอ่งเล็ก ชม ชิม ช็อป แชร์ เพลินกายสบายใจ

2. สัมผัสป่าต้นน้ำ อำเภอภูซาง ตำบลทุ่งกล้วย หมู่บ้านปงใหม่จังหวัดพะเยา
เที่ยวเมืองเหนือต้องไปถ่ายภาพชิลล์ ๆ ที่ “กว๊านพะเยา” จังหวัดพะเยาแล้วไปต่อที่อำเภอภูซาง ห่างจากตัวเมืองเพียง 15 กม. จะถึงอุทยานแห่งชาติภูซาง เชื่อมต่ออาณาเขตชายแดนลาว เทือกเขาที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์เป็นป่าต้นน้ำของน้ำตกอุ่นอุณหภูมิ 33 องศาฯ

ที่อำเภอภูซาง แนะนำให้มาสัมผัสท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมพื้นเมืองที่น่าสนใจ ของบ้านปงใหม่ ชุมชนชาติพันธุ์ไทยลื้อ หมู่บ้านท่องเที่ยวที่ยังสืบสานวัฒนธรรมเป็นของตนเอง ชุมชนเข้มแข็งที่ยึดแนวทางทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง มีของดีของเด่นมากมาย ตั้งแต่กิจกรรมตีเหล็กแบบโบราณ การทำเครื่องสีข้าวกล้องแบบมือหมุนโบราณการสร้างหุ่นเหล็กงานผ้ามัดย้อม การเกษตรปลอดสารพิษ สวนฮอมผญ๋าแบบสวนสุขภาพ ดูแลรักษาสุขภาพโดยใช้ธรรมชาติ ชิมอาหารเหนือ บ่อเตาหรือสาหร่ายน้ำจืดที่ออกมาเองตามธรรมชาติ และฟาร์มเห็ดสุขใจสัมผัสกิจกรรมเสน่ห์รำฟ้อนที ฟ้อนจ้องล้านนา ระบำสาวม้ง และบาสะโลป ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว

3. วิวสวย ชวนฝัน ที่อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตำบลห้วยห้อม หมู่บ้านละอูบ
“ภูสูงเขาเขียวป่ากว้าง สูงตระหง่านเหนือฟ้าพระองค์ใหญ่ ทั้งอูบเงินงานหัตถกรรมเลื่องลือไกล นาขั้นบันได กาแฟ ภาษาละเวือะ” คำเชิญชวนมาเที่ยวหมู่บ้านละอูบ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เพียงแค่ชมวิวระหว่างทางมาอำเภอแม่ลาน้อย ที่ซ่อนตัวเองอยู่ท่ามกลางทิวเขาน้อยใหญ่ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติความงดงามทั้งขุนเขาและทิวทัศน์นาขั้นบันได

แวะพักผ่อนเรียนรู้เกษตรพอเพียงในโครงการหลวงแม่ลาน้อย ชมพืชผักเมืองหนาว ใกล้กันสามารถไหว้พระขอพร เสริมสิริมงคลที่พระธาตุธัมมิกราช งานสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

เที่ยวแอ่งใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของแม่ฮ่องสอน ก็มาต่อแอ่งเล็ก ชุมชนน่าสนใจ หมู่บ้านละอูบ
มาพักโฮมสเตย์ที่คงเอกลักษณ์วิถีชาวบ้านเพียงออกเดินทางจากอำเภอแม่ลาน้อยราว 32 กม. จะถึงหมู่บ้านแม่ละอูบของชาวเขาเผ่าลัวะหรือละว้า ชาวบ้านยังคงใช้วิถีชีวิตสุดเรียบง่าย มีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ หาชมได้ยาก แถมที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิตเครื่องเงินที่ดีที่สุดในแม่ฮ่องสอนอีกด้วย

4. เปิดบ้านโบราณกว่าร้อยปีที่บ้านบุ่ง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก

เยือนตัวเมืองพิษณุโลก นมัสการพระพุทธชินราช และวัดนางพญา ต้องไปเที่ยวต่อตามแนวคิด Eat Local กิจกรรมท่องเที่ยววิถีชนบทไทยที่พรหมพิราม โดยมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านบ้านบุ่งเพียงออกจากอำเภอพรหมพิราม ประมาณ 21 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดพิษณุโลก ราว 46 กิโลเมตร ชุมชนดั้งเดิมที่สืบเชื้อสายมาจากชาวพื้นเมือง มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่เรียบง่ายบนพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำน่านไหลผ่าน มีบึงน้ำอยู่หลายแห่ง จึงเหมาะแก่การเกษตรกรรม ทำนาทำไร่

บ้านบุ่งยังมีบ้านโบราณอายุกว่า 100 ปี พร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้ที่หาได้ยาก เหมาะแก่การพักผ่อนสัมผัสชีวิตชุมชนเก่าแก่ มีปราชญ์ชาวบ้านหลายแขนง ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านต่างๆ เช่นแพทย์แผนไทยสมุนไพรหมอพื้นบ้านนวดจับเส้นจักสานเย็บผ้าทำแคร่ไม้ไผ่ ต่อเรือจากถังพลาสติกตัวต่อนำโชคและการทำเรือหงส์ เป็นต้น

5. บ้านถิ่นไทลื้อ เที่ยวสวนแก้วมังกร หมู่บ้านถิ่นใน จังหวัดแพร่

เที่ยวถิ่นเมืองแพร่ หมู่บ้านถิ่นในจากอำเภอเมืองแพร่ ประมาณ7 กิโลเมตร
ชุมชนบ้านถิ่นไทลื้อชาติพันธุ์ไทลื้อที่ย้ายถิ่นฐานมาจากสิบสองปันนา เมืองเชียงรุ้ง ประเทศจีน

ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ปลูกแก้วมังกร สวนใหญ่ที่สุดในแถบภาคเหนือ

เอกลักษณ์บ้านเรือนเก่าไทลื้อ สร้างด้วยไม้ ยกใต้ถุนสูง ยกพื้นบ้านให้สามารถนั่งห้อยขาได้ ของใช้ของฝากเสื้อหม้อฮ่อม ชมงานทอผ้าโบราณไทลื้อ งานจักสาน งานประดิษฐ์ล้อเกวียนเก่า ศึกษาดูวิธีการทำข้าวแคบ และถั่วเน่า

ที่นี่ยังคงวัฒนธรรมโบราณของคนไตลื้อ ทั้งภาษาและความเป็นอยู่ ชมการแสดงฟ้อนไตลื้อ สวมใส่ชุดไตลื้อ เอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ซึมซับโฮมสเตย์บรรยากาศวิถีชีวิตชาวไตลื้อ ที่บ้านถิ่นในแวะเที่ยวต่อเสริมสิริมงคลกันได้ที่ วัดถิ่นใน วัดถิ่นนอก วัดโป่งศรี วัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง

6. ขี่ม้าชมป่า ที่อำเภอแก่งกระจาน หมู่บ้านน้ำทรัพย์ จังหวัดเพชรบุรี

จังหวัดเพชรบุรี นอกจากจะมีชายทะเลชะอำและหัวหินแล้ว ยังมีผืนป่าที่สวยงามธรรมชาติที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะที่ชุมชนน้ำทรัพย์ อำเภอแก่งกระจาน หมู่บ้านที่โอบล้อมภูเขาและป่าต้นน้ำแม่น้ำเพชรฯ เพียงออกจากตัวจังหวัดเพชรบุรี ประมาณ 60 กิโลเมตร ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้บ้านน้ำทรัพย์ มีการปลูกผักปลอดสารพิษและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะความสำเร็จในการปลูกสวนมะนาวปลอดสารเคมี ให้น้ำเยอะ เป็นแหล่งการทำเกษตรแบบผสมผสาน อีกทั้งเหมาะแก่การเลี้ยงแพะ สามารถหาวัตถุดิบมาเป็นอาหารแพะได้อย่างดีเยี่ยม จนทำให้ชุมชนพัฒนาคุณภาพ จนจัดตั้งหลักสูตรการเลี้ยงแพะ พร้อมเป็นแหล่งศึกษาดูงานและการพัฒนาการเลี้ยงแพะสายพันธุ์ต่างๆ

ส่วนใครที่ชอบกิจกรรมผจญภัย ตื่นเต้นที่นี่ยังมีกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ การขี่ม้านำเที่ยวในป่าแก่งกระจาน ชื่นชมธรรมชาติ ลัดเลาะภูเขาเนินสูงต่ำ แปลงร่างเป็นคาวบาย สไตล์บ้านน้ำทรัพย์


7. เที่ยวบึงบัวที่ตลาดอมยิ้ม หมู่บ้านตลาดควาย จังหวัดราชบุรี อำเภอจอมบึง


เที่ยวถ้ำจอมพล ในอำเภอจอมบึง ระยะทางแค่จากตัวเมืองราชบุรี ประมาณ 30 กม. แล้วมาเช็คอินต่อใกล้ๆ ที่หมู่บ้านตลาดควาย เพื่อช้อปชิมกินต่อ ณ ตลาดอมยิ้มตั้งอยู่ภายในวัดวาปีสุทธาวาส อำเภอจอมบึง

ร่วมย้อนยุควิถีไทยแบบเรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ชวนหลงใหล ให้ความรู้สึกเหมือนชื่อตลาด คืออมยิ้มอย่างมีความสุข เพราะพ่อค้าแม่ค้าให้ความเป็นกันเอง อาหารพื้นถิ่นมากมาย อาหารโบราณ ขนมไทยอร่อย ราคาไม่แพง มีให้เลือกหลากหลาย แถมยังได้เซลฟี่ กับบึงดอกบัว บนสะพานไม้ ทอดยาวสุดตา รับรองต้องติดใจ สนใจเที่ยวชมได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-18.00 น.

8.เมืองประวัติศาสตร์มลายูบาราโหม หมู่บ้านปาเระ จังหวัดปัตตานี

ล่องใต้ปัตตานี เยือนบาราโหม หมู่บ้านปาเระ ชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวจากแอ่งใหญ่สู่แอ่งเล็ก การเดินทางไปยังตำบลบาราโหม ใช้เส้นทางหมายเลข 42 สายปัตตานี – นราธิวาส ระยะทางจากตัวเมืองปัตตานีห่างจากตำบลบาราโหมเพียง7 กิโลเมตร

ตำบลบาราโหม เป็นเมืองสำคัญเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลาง หากมาเที่ยวสามารถปั่นจักรยานชมเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของสุสานหลวงของกษัตริย์ปัตตานีในอดีต สุสานพญาอินทิรา ผู้ก่อตั้งรัฐปาตานีดารุสลาม บุคคลสำคัญที่ถือเป็นนักปราชญ์ด้านตำราวิชาการอิสลามหลายแขนง จนเป็นที่ขนานนามว่าไข่มุกทางวิชาการแห่งนูซันตารา (หมู่เกาะมลายูและโลกอิสลาม)หรือจะล่องเรือศึกษาวิถีชีวิตชาวประมง ริมอ่าวปัตตานี ชมป่าโกงกาง และสักการะสุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวบริเวณกลางทะเล

นอกจากนี้ ที่นี่ยังขึ้นชื่องานหัตถกรรมพื้นบ้าน สะท้อนอัตลักษณ์มลายูท้องถิ่น ทั้งงานแกะสลักไม้ แกะสลักกระต่ายขูดมะพร้าวและโด่งดังเรื่องการทำว่าวโบราณ หรือ ว่าววงเดือน ซึ่งมีความเชื่อว่าเป็นว่าวของเล่นเทวดา

9.เที่ยวครัวชุมชน อยู่ดีกินดี ที่หมู่บ้านเกษม อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี

จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอตระการพืชผลหมายถึง เมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด เพียงเดินทางจากอำเภอตระการพืชผล มายังหมู่บ้านเกษม ระยะทาง 55 กิโลเมตร คุณจะพบกับวิถีไทยหมู่บ้านเกษม เน้นแนวคิดตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้อย่างจริงจัง มีชีวิตที่อยู่ดีกินดีโดยชาวบ้านช่วยกันรดน้ำพรวนดิน ปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ ทำสวนผักที่ดูแลกันเองในชุมชน มุ่งปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ปลอดภัยจากสารเคมี ห่างไกลโรคร้าย

ใครจะทำกินก็สามารถเก็บผักไปกินได้ เพียงหยอดกระปุกส่วนกลาง ชาวบ้านช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เต็มไปด้วยบรรยากาศของความรักความสามัคคี มีความอบอุ่นเป็นมิตร

ใกล้กับบริเวณชุมชนเกษม มีวัดเกษมสีมา หรือชาวบ้านเรียก วัดใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สามารถแวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนกลับได้หรือถ่ายภาพที่ระลึกและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองเกษมสีมา วัดเกษมสำราญ ที่รวบรวมวัตถุสิ่งของ อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมรากเหง้าจากภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น

10.เรียนรู้วิถีบ้านดงน้อย ใกล้ชิดธรรมชาติ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

กราบสักการะสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ พระธาตุนาดูน ที่เปรียบเช่นพุทธมณฑลแห่งอีสาน ที่อำเภอนาดูน การเดินทางจากจังหวัดมหาสารคามถึงปากทางอำเภอนาดูน 60 กิโลเมตร จากปากทางถึงหมู่บ้านระยะทาง 5 กิโลเมตรเสร็จแล้วต้องไปเยือนหมู่บ้านดงน้อยที่อยู่ใกล้กันสามารถเยี่ยมชมโบราณสถานกู่น้อยบริเวณใกล้เคียงได้อีก

“บ้านดงน้อย” เลือกพักโฮมสเตย์ เพื่อสัมผัสวิถีชาวบ้านอย่างใกล้ชิดต้อนรับด้วยพิธีบายศรีสู่ขวัญ พร้อมการแสดงพื้นบ้านต่างๆ ฟ้อนรำจำปาศรี ฟังเสียงพิณ ชมโปงลาง แถมเข้าฐานการเรียนรู้แปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือ การทอผ้าสะไบขิด งานผ้าต่างๆ รวมถึงการแปรรูปตุ๊กตาของที่ระลึกจากไม้ และฝึกทำขนมและอาหารพื้นถิ่น อย่างข้าวปุ้นโบราณ วิธีการจี่แป้งข้าวปุ้น

ชมแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วยต้นยางนาต้นไม้ประจำหมู่บ้าน ที่ชาวบ้านร่วมกันปลูกไว้ในชุมชน หรือจะเซลฟี่ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไฮไลท์ภาพด้วยอุโมงค์ยางนา และอุโมงค์ไผ่

เปิดใจมาสัมผัสอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ที่ไม่มีแห่งใดเสมอเหมือน พร้อมสนุกสนานไปกับกิจกรรมประเพณีพื้นเมือง ด้วยมิตรไมตรีอันแสนอบอุ่น เพราะความสุขสร้างได้ เพียงคุณย่างก้าวออกไปพบเจอ

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล