10 ชุมชนภาคใต้ ที่ไม่ต้องรอซัมเมอร์ก็ไปเที่ยวได้

มีคนเคยบอกว่า ถ้าจะไปเที่ยวภาคใต้ต้องรอ Summer เท่านั้น บอกเลยว่าไม่จริง ยังมีหมู่บ้านท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่มีกิจกรรมดี ๆ ที่น่าสนใจ อาหารหลากหลาย ของฝากสุดชิคที่รอให้คุณไปลิ้มลองและสัมผัสความเจ๋งกันได้ทุกฤดูไม่ว่าจะร้อน จะหนาว จะฝน ก็เที่ยวได้หมด มาเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับชีวิตในทุกฤดูกันเถอะ !

1. หมู่บ้านนาตีน จังหวัดกระบี่
ถ้าใครอยากมาสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวใต้ต้องห้ามพลาด เพราะถ้าหากได้มาที่หมู่บ้านนาตีน จังหวัดกระบี่แล้ว คุณจะได้พบกับความสงบเรียบง่าย ได้ซึมซับวิถีชีวิตของชาวบ้านผ่านเรื่องราวของสวนยางและการประมง พร้อมกับชื่นชมงานหัตถกรรมอันละเมียดละไมจนกลายเป็นของที่ระลึกที่น่าซื้อหา เช่น ผ้าบาติก ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวและในหมู่บ้านยังมีบ้านพักโฮมสเตย์อบอุ่นไว้คอยต้อนรับผู้ที่เข้ามาศึกษา และเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวนาตีนอีกด้วย

การเดินทาง
หมู่บ้านนาตีน หมู่ที่ 4 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่
จากจังหวัดกระบี่ไปบ้านนาตีนใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4202 ระยะทางราว 14 กิโลเมตร ก่อนถึงหาดนพรัตน์ธารา ราว 1.5 กิโลเมตร เลี้ยวขวาทางลัดสู่คลองม่วงไปราว 1 กิโลเมตร หรือจากอ่าวนางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4203 ถึงหาดนพรัตน์ธาราเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4202 เลี้ยวซ้ายแยกทางลัดคลองม่วงเส้นทางเดียวกัน

2. หมู่บ้านเขาหลัก ตรัง
หมู่บ้านเขาหลักเป็นชุมชนชาวบ้านมีวิถีชีวิตเรียบง่ายภายในหุบเขาอันสมบูรณ์และคนในชุมชนสามารถบริหารจัดการระบบลำน้ำได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมีไฮไลท์ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวคือกิจกรรมการล่องแก่งตามลำน้ำ โดยจะล่องจากต้นน้ำป่าเขาหลักลง สู่แม่น้ำตรัง ซึ่งตลอดสองข้างทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความสวยงามตามธรรมชาติทั้งป่าไม้น้อยใหญ่นานาชนิด พร้อมทั้งยังมีบ้านพักโฮมสเตย์ ร้านอาหาร และสินค้าที่ระลึกไว้บริการนักท่องเที่ยวแบบครบครัน

การเดินทาง
หมู่บ้านเขาหลัก หมู่ที่ ๗ ตำบลน้ำผุด อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง
ห่างจากอำเภอเมืองตรัง ระยะทางประมาณ 20 กม. ใช้เส้นทางตรัง -น้ำผุด ระยะทาง 3.5 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที

3. หมู่บ้านยะกัง นราธิวาส
ยะกัง เป็นหมู่บ้านริมน้ำเก่าแก่ ที่จะมีของเด็ดอย่าง “ตลาดน้ำยะกัง ขนม 100 ปี” ไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งถ้ามาแล้ว จะได้สัมผัสกับบรรยากาศริมคลอง นั่งชิมอาหารรสชาติอร่อยในราคาสบายกระเป๋า และที่สำคัญคือจะได้รู้จักกับอาหารและขนมพื้นเมืองสูตรโบราณหายากมากมาย อาทิ ขนมบาตาบูโระ ขนมปูตูฮาลือบอ ขนมจูโจ ขนมเจ๊ะแมะ นาซิดาแฆ นาซิกายอ และอีกมากมาย โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารมานั่งรับประทานดูบรรยากาศบนผืนคลองยะกัง ดูวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของคนในชุมชน หรือว่าจะล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำก็ได้นะ และที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิตผ้าปาเต๊ะ และผ้าบาติกที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดในปัจจุบันเลยทีเดียว

การเดินทาง
หมู่บ้านยะกัง อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปตามทางหลวงสาย 4055 (อำเภอเมือง-อำเภอระแงะ) ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าถนนยะกัง 1 ซอย 6 ประมาณ 700 เมตร

4. หมู่บ้านตรัง ปัตตานี

หมู่บ้านตรัง มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งวัดบ้านตรัง เป็นวัดเก่าแก่ของหมู่บ้าน มีอายุราว 300 ปีมาแล้ว พิพิธภัณฑ์ของโบราณจากชุมชน ไม้ตะเคียนทองยักษ์อายุ 300 ปี ที่มีความยาว 25 เมตร จะแกะสลักเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ อีกทั้งจะมีมัคคุเทศก์ชุมชนเป็นคนนำทางและให้ความรู้ นอกจากนั้นยังมีสินค้าโอทอปที่สร้างชื่อเสียงให้กับหมู่บ้านคือ ผ้าทอลายกอซัง ที่มีลวดลายสวยงามจนเป็นของฝากที่ทุกคนต้องซื้อติดมือกลับไป

การเดินทาง
เดินทางด้วยถนนลาดยาง เป็นถนน ร.พ.ช.หมายเลข ปน.3019 บ้านยือราแป-บ้านลาเกาะ ระยะทางจากจังหวัดปัตตานี ประมาณ 30 กิโลเมตร ระยะทางจากอำเภอมายอประมาณ 5 กิโลเมตร

5. หมู่บ้านบางซอย พังงา
“บ้านบางซอย” มนต์เสน่ห์จากสายน้ำขุนเขาสู่ทะเล มีสิ่งที่หาดูไม่ได้ที่ไหนในโลกอย่าง “พลับพลึงธาร” พืชธรรมชาติที่อยู่คู่กับต้นน้ำ เหมือนกรองไว้ให้สายน้ำบริสุทธิ์ และในหมู่บ้านยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งล่องแก่งสุดแอดเวนเจอร์หรือจะ ล่องแพไม้ไผ่ชิลล์ไปกับลำธารมรกต เสร็จแล้วก็พักเหนื่อยด้วยการไปชิมผลไม้ตามฤดูกาลที่สวนลุงแดง อีกทั้งยังมีบ้านพักโฮมสเตย์บ้านบางซอย ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนหย่อนใจกันอีกด้วย

6. หมู่บ้านถ้ำผึ้ง สุราษฎร์ธานี
หมู่บ้านเล็กในป่าใหญ่ ที่มีระบบการจัดการป่าที่ดี ทำให้พื้นที่รอบหมู่บ้านมีความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ ไว้คอยต้อนรับให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัส ทั้งจุดชมวิวของหมู่บ้าน ที่จะได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์ผืนป่าอันงดงามได้โดยรอบ และของดีจากธรรมชาติให้ชมอีกมากมาย เช่น ธารน้ำร้อนไหลผ่าน ถ้ำสมรภูมิ ถ้ำน้ำลอด น้ำตกหินลาด บึงมหัศจรรย์น้ำดันทรายดูด
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณจะหาดูจากที่ไหนไม่ได้แล้ว ถ้าไม่ได้มาที่หมู่บ้านนี้

การเดินทาง
ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401 (สุราษฎร์-ตะกั่วป่า) ทางเดียวกับเขื่อนรัชชประภา และอุทยานแห่งชาติเขาสก เลี้ยวซ้ายที่ กม.63 เข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร

7. หมู่บ้านบ่อน้ำร้อน ยะลา
ถ้าพูดถึงบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ มักจะนึกถึงเชียงใหม่กับระนองขึ้นมาทันที แต่จริง ๆ แล้วลงไปใต้สุด อย่างจังหวัดยะลาใน “หมู่บ้านบ่อน้ำร้อน” ก็มีเหมือนกันนะ บ่อน้ำร้อนของที่นี่มีขนาดใหญ่ มีทั้งโซนน้ำร้อนแบบต้มไข่สุก และโซนสระน้ำให้นักท่องเที่ยวลงไปแช่เล่นได้ หรือจะโซนที่รักษาสภาพธรรมชาติไว้แบบมองลงไปเป็นพื้นหินก็มี ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าน้ำร้อนที่นี่จะช่วยรักษาอาการเหน็บชา ปวดเมื่อย โรคผิวหนัง ได้ แต่จะเห็นผลมั้ยก็ต้องมาลองเอง! และถ้าหากแช่แล้วติดใจ ที่นี่ก็มีบ้านพักโฮมสเตย์ให้พักค้างคืนอีกด้วยนะ

การเดินทาง
อยู่ห่างตัวเมืองเบตงไปตามทางหลวงหมายเลข 410 (ยะลา-เบตง) ประมาณ 5 กิโลเมตร และแยกเข้าไปตามเส้นทางแอลฟัลท์คอนกรีตอีกเกือบ 7 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร (เป็นเส้นทางสัญจรที่มีความสะดวกและปลอดภัยเป็นอย่างมากสำหรับผู้มาเยือน)

8. หมู่บ้านพรรั้ง ระนอง
หมู่บ้านพรรั้ง มีแหล่งท่องเที่ยว Unseen ไม่เหมือนใครอย่าง “บ่อน้ำแร่ร้อนบ้านพรรั้ง” มีจุดเด่นคือตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวชอุ่มของอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ที่มีลำธารใสไหลเย็นผ่าน บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้งจะมีอุณหภูมิประมาณ 55 องศาเซลเซียส ซึ่งที่นี่สามารถแช่ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น เนื่องจากได้มีการสร้างบ่อสำหรับแช่น้ำแร่ร้อนไว้ใกล้อๆ กับลำธารใสไหลเย็น ใครที่แช่น้ำแร่ร้อนจนพอใจแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศมาแช่น้ำเย็นในลำธารใสใกล้ ๆ ก็ได้

9. หมู่บ้านสวนทุเรียน สงขลา
นักชิมผลไม้ต้องอย่าพลาดหมู่บ้าน “สวนทุเรียน” เพราะว่าที่นี่เค้าปลูกผลไม้กันเยอะมาก เรียกว่าปลูกกันทั้งหมู่บ้าน แต่ไม่ได้มีแค่ทุเรียนเหมือนชื่อหมู่บ้านนะ ยังมีผลไม้หลากหลายชนิดพร้อมให้นักท่องเที่ยวได้มาชิม มาช้อป แล้วยังมีกิจกรรมชิลล์ ๆ พาย่อยหลังจากชิมผลไม้แล้วคือ กิจกรรมล่องเรือทะเลสาบสงขลา 
ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับความเป็นธรรมชาติ ชมวิวทะเลที่สวยงาม และดูวิถีชีวิตของชาวประมงเกาะยอ จังหวัดสงขลา ให้คุณได้ซึบซับบรรยากาศดี ๆ จนอิ่มอกอิ่มใจไปเลยแหละ

10. หมู่บ้านท่าข้ามควาย สตูล
ที่หมู่บ้านนี้เขามีของดีของเด็ดอย่าง “สันหลังมังกร” อยากรู้ล่ะสิว่าคืออะไร สันหลังมังกรเป็นแนวสันสายที่จะเกิดขึ้นตอนน้ำในกลางทะเลลดลง และจะมีน้ำพัดกระทบกับบนสันทรายรอบ ๆ นั้น ทำให้ดูเหมือนมังกรกำลังเล่นน้ำอยู่ เป็นความตื่นตาหาดูยากสุด ๆ อีกทั้งในชุมชนยังมีกิจกรรมต้นรับนักท่องเที่ยวอีกมากมาย เช่น ปั่นจักรยานชมสถานที่ต่าง ๆ ภายในชุมชน อย่างเช่นที่พิพิธภัณฑ์ของโบราณ บ้านท่าข้ามควาย ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ และเครื่องมือในการประกอบอาชีพของบรรพบุรุษในหมู่บ้าน ซึ่งมีทั้งอุปกรณ์ทำนา เครื่องมือประมง อุปกรณ์ทำสวนยาง และยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้หากมีโอกาสมาเยือนบ้านท่าข้ามควาย นั่นคือ กิจกรรมนั่งเรือพลีสชมธรรมชาติ ของกลุ่มเรือพลีสรักษ์คลองเปรีย ที่นอกจากจะนำเรือเหล่านี้ในการลาดตระเวนเพื่อดูแลป่าชายเลนแล้ว ยังสามารถพานักท่องเที่ยวล่องเรือซอกแซกไปได้ทุกที่อีกด้วย

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล