แบกเป้เที่ยวข้ามกาลเวลา ตามหาแหล่งอารยธรรมโบราณ ชุมชนกู่กาสิงห์

หากพูดถึงแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คงนึกถึง ทุ่งกุลาร้องไห้ อ.หนองฮี จ.ร้อยเอ็ด ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งที่ปลูกข้าวได้หอมและอร่อยมากที่สุด แต่ห่างจากทุ่งกุลาเพียง 8.5 กิโลเมตร ตามทางหลวงชนบท รอ.3066 ก็จะพบกับแหล่งอารยธรรมโบราณ รับรองว่าคุณต้องร้อง ว้าว !

พา Hipster ย้อนรอยประวัติศาสตร์…
แบกเป้เที่ยวรอบนี้…ถ้าจะให้ดีต้องขอแหวกแนวกันหน่อย เพราะหลังจากท่องเที่ยวมาหลากหลายสไตล์ถ้าจะให้เที่ยวชิลล์ ๆ มันก็คงจะธรรมดาไป วันนี้เราเลยแนะนำให้ลองท่องเที่ยวกันแบบย้อนรอยประวัติศาสตร์กันดูบ้าง ไปเรียนรู้อารยธรรมโบราณที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานผ่านโบราณสถานสำคัญ ๆ โดยเมื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์กันชิลล์แล้วแน่นอนว่าก็คงจะมีมุมใหม่ ๆ เก๋ ๆให้ได้ถ่ายรูป

แค่ชั่วโมงกว่าหากตัดสินใจเดินทางด้วยเครื่องบิน ก็เรียกว่าไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นัก สำหรับตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อถึงสนามบินแล้วก็แค่ต่อรถไปอีกไม่เกินชั่วโมง ก็ถึง บ้านกู่กาสิงห์ ที่นี่นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน

ที่เรียกว่าเป็นแห่งเดียวในทุ่งกุลาร้องไห้ที่มีชุมชนและบริบทตั้งอยู่ในแหล่งอารยธรรมโบราณซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีโบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองของชาวร้อยเอ็ด ชื่อว่า กู่กาสิงห์ ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบเขมร พ.ศ. 1560-1630 และได้ถูกจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวสถานถวายแด่พระอิศวร

ที่นี่นอกจากจะมีต้นทุนทางประวัติศาสตร์ที่ดีเยี่ยมแล้ว ยังมีระบบจัดการบริการกับท่องเที่ยวได้อย่างดี เรียกว่าถ้าใครสนใจมาชม โบราณสถานแห่งนี้เป็นอันต้องอมยิ้มกันเป็นแถว ๆแน่นอน เพราะในทุกๆขณะที่เราเดินชมโบราณสถาน เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในแง่มุมต่างๆก็จะถูกถ่ายทอดผ่านเหล่ามัคคุเทศก์น้อยที่จะคอยมาบริการแนะนำและเล่าเรื่องราวให้เราฟังอย่างน่ารัก น่าเอ็นดู ตลอดการเดินชม

แอ่งเล็กเช็คอิน
ปราสาทกู่กาสิงห์ เป็นปราสาทในศิลปะบาปวน ประกอบด้วยปราสาทอิฐ 3 หลัง และตั้งบนฐานศิลาแลงเดียวกัน ส่วนด้านปราสาทหลังกลางมีมณฑปยื่นออกมาด้านหน้า และปราสาทหลังเหนือและหลังใต้ไม่มีมณฑป

และอาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงซึ่งมีโคปุระอยู่ทางด้านทิศตะวันออกและตะวันตก นอกกำแพงมีสระน้ำล้อมอีกชั้นหนึ่งปราสาทประธานทั้งสามหลังสร้างขึ้นด้วยวัสดุผสม คือ ส่วนผนังก่อด้วยอิฐ แต่ส่วนที่ต้องสลัก เช่น ลวดบัวเชิง ทับหลัง ฯลฯ ถูกสลักด้วยหิน ทั้งนี้จากการขุดแต่ง ได้ค้นพบ เครื่องประดับทองคำรูปนาค 5 เศียรและแผ่นทองคำซึ่งใช้ในการวางศิลาฤกษ์

จากรูปแบบศิลปะสามารถกำหนดอายุอยู่ในสมัยบาปวนเช่นเดียวกับตัวปราสาท ปัจจุบันนี้โบราณวัตถุดังกล่าวเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด

แน่นอนว่าหากมาที่นี่ นอกจากจะได้เห็นโบราณสถานและศิลปะทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่แล้ว เรายังสามารถเก็บภาพสไตล์ hipster ให้แบคกราวน์เป็นหินแกะสลัก อยู่ในเมืองยุคเก่า ถ่ายภาพแนววินเทจ เราก็จะมีมุมเก๋ๆไม่ซ้ำใครได้กันอีกหลายมุมเลยทีเดียว เรียกว่าเหมือนได้เติมชีวิตชีวาให้กับการท่องเที่ยวให้ดูสนุกขึ้นกว่าเดิม

การเดินทาง
เดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร มาที่จังหวัดนครราชสีมา ผ่านสามแยกอำเภอพิมาย มาตามถนนมิตรภาพ ถึงบ้านวัด แล้วเลี้ยวขวา ผ่านอำเภอโนนไทย อำเภอประทาย อำเภอพุทไธสง อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย และถึงอำเภอเกษตรวิสัยแล้วจึงเข้าถึงบ้านกู่กาสิงห์

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล