เที่ยวแบบมินิทริป ย่านบางกรวย นนทบุรี

เมืองน่าท่องเที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพแต่ยังมีความเป็นธรรมชาติและวัฒนธรรมยังคงความเก่าแก่เอาไว้ก็คือ “เกาะเกร็ด” แอ่งใหญ่เช็คอิน จะพาไปรู้จัก กับเกาะที่มีวัฒนธรรมและแหล่งชุมชนที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างดี เรียกได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงที่ไม่ควรพลาด วิวสวย เดินทางสะดวก อาหารอร่อย เดี๋ยวจะหาว่าไปดูกันเลยค่ะ

เกาะเกร็ด เป็นเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อนๆสามารถไปขึ้นเรือได้ที่ ท่าเรือปากเกร็ด 
และที่นี่ ยังเป็นแหล่งชุมชนของชาวมอญที่มีชื่อเสียง ขึ้นชื่อมากในเรื่องของเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเกาะเกร็ด

ไหนๆ ก็มาถึงถิ่น ไม่เช็คอิน ไม่ลองทำ ถือว่ามาไม่ถึง!! 
…จุดนี้ เราสามารถ ชมการสาธิตการทำเครื่องปั้นดินเผา และหัดทำด้วยตัวเองได้เลย 
ส่วนคนที่สนใจอยากได้เป็นของขวัญของฝาก ก็สามารถอุดหนุนคุณลุงกันได้ บอกได้เลยว่า ราคาชาวบ้าน คุณภาพชาววัง กันเลยทีเดียวและ ยังมีขนมไทยหลากหลายให้ได้ชิม ได้ช็อปกัน ด้วยล่ะ

นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟเก๋ๆ ให้นั่งดื่มกาแฟ ดื่มด่ำบรรยายริมแม่น้ำเจ้าพระยา และถ่ายรูปกันได้หลายร้าน หลายมุมเลย ส่วนใครที่จะมาเที่ยวเกาะเกร็ดแนะนำให้มา ในวันเสาร์และวันอาทิตย์นะคะ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาเปิดจะเป็นช่วง 9.00-17.30 น.

การเดินทาง
– รถยนต์ส่วนตัว
เดินทางโดยรถยนต์มาที่ห้าแยกปากเกร็ด ตรงไปตามถนนแจ้งวัฒนะ ทางไปเทศบาลปากเกร็ด จากห้าแยกประมาณ 20 เมตร ก่อนถึงโรงหนังเมเจอร์ฮอลลีวู้ด เลี้ยวซ้ายเข้าถนนภูมิเวท ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ท่าเรือที่จะไปเกาะเกร็ดแนะนำให้ไปที่ ท่าเรือของวัดสนามเหนือ ถึงวัดสนามเหนือจอดรถทิ้งไว้ที่วัด แล้วนั่งเรือข้ามไปเกาะเกร็ดไปขึ้นเกาะเกร็ดที่ วัดปรมัยยิกาวาส อีกท่าจะอยู่ไกลออกไปขึ้นเกาะเกร็ดด้านหลัง คือ ที่วัดกลางเกร็ด โดยเรือข้ามฟากไปขึ้นเกาะเกร็ดที่ท่าเรือวัดป่าฝ้าย
*(ค่าโดยสาร คนละ 2 บาท ที่วัดสนามเหนือมีบริการจัดที่จอดรถรถยนต์สำหรับนักท่องเที่ยว ค่าจอดรถคันละ 30 บาท)

ที่ต่อไปก็จะพาไปตลาดวัฒนธรรม แอ่งเล็กเช็คอิน วันนี้ จะพาไปที่ “ตลาดน้ำวัดตะเคียน”
ตลาดน้ำเล็กๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
จุดแรก นักท่องเที่ยวนิยมมาสักการะขอพรหลวงพ่อโต ลอดโบสถ์ที่ทางออกเป็นรูปหัวเสือและปากมังกรด้วยความเชื่อว่าจะสะเดาะเคราะห์ได้ เมื่อไหว้พระกันเสร็จแล้วก็ไปเดินตลาดน้ำกันตลาดแห่งนี้มีของขายเพียบแม้จะเป็นตลาดน้ำเล็กๆ แต่อุดมไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าชาวสวนริมคลองที่พายเรือมาขายของมีทั้งผักสดและผลไม้ปลอดสาร ขนมไทยต่างๆ กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด เรียกว่ามาเที่ยววัดนี้ได้กินของอร่อยๆจนพุงกางแน่ๆ ว่างๆก็แวะมากันได้ไม่ไกลจากตัวเมืองนนทบุรีซักเท่าไหร่เพียงใช้เวลาเดินทางด้วยเส้นพระราม5มาเพียง15นาทีก็ถึงแล้ว

จุดที่สอง ร้านกาแฟบ้านริมคลอง
เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องห้ามพลาด  เพราะร้านกาแฟแห่งนี้เป็นร้านธรรมดาๆที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว นับเริ่มตั้งแต่บรรยากาศ สวนที่สุดสดชื่น เป็นทางเดินจากหน้าสวนเข้าสู่ตัวบ้าน ที่เป็นร้านกาแฟริมคลอง เมื่อได้นั่งพักที่ร้านแล้วก็จะได้สดชื่น เพลิดเพลินกับวิวสวยๆริมน้ำ ช่วยคลายความเมื่อยล่าหมดเลยที่เดียว

จุดเด่นของร้านนี้คือ ตกแต่งสไตล์ย้อนยุคเหมือนหยุดเวลาอยู่ที่บ้านริมคลองยุค30ปีก่อน แถมยังได้ทอดสายตาดูบ้านเรือนไม้จากฝั่งตรงข้ามเรียกว่าเป็นเสน่ห์สองฝั่งคลองอย่างแท้จริงชมวิวกันเพลินเริ่มคอแห้ง ก็สามารถสั่งเครื่องดื่มกาแฟเข้มข้น หรือน้ำผลไม้ก็สั่งได้เลยตามใจชอบแล้วก็เติมพลังด้วยอาหารที่อร่อยถูกปาก มีหลากหลายเมนูทั้งอาหารไทยและฝรั่ง

หรือถ้ายังไม่อิ่มอาจจะโบกเรือของลุงๆป้าๆที่แจวมาขายอาหารตามริมคลอง มีทั้ง ปลาหมึกย่าง ก๋วยเตี๋ยว หมูสะเต๊ะ และอื่นๆอีกมากมาย เรียกว่าได้อีกหลายอรรถรสเลยทีเดียวกับการมาชิลล์ร้านกาแฟแห่งนี้ ใครจะไปก็สามารถเข้าซอยวัดตะเคียนได้อยู่ระหว่างวัดบางไกรนอกและวัดอุทยานเข้าซอยเกษรแมนชั่น ร้านเปิด เฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์

วัดชะลอ
และอีกหนึ่งที่ที่อยากแนะนำให้ไปเยือนกัน ก็คือ “วัดชลอ” ที่มีสิ่งที่น่าชมในวัดนี้คือ โบสถ์เรือหงส์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2526 โดยหลวงพ่อวัดชะลอหรือท่านพระครูนนท์ปัญญาวิมล ได้เล่าถึงนิมิตเห็นเรือหงส์ลอยมาอยู่หน้าโบสถ์หลังเก่า (โบสถ์ที่มีลักษณะเหมือนเรือสำเภา) จึงได้เริ่มลงมือก่อสร้างให้เกิดความวิจิตรงดงามตระการตา

นอกจากนี้ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ พระอุโบสถ (หลังเก่า)  ลักษณะทรงไทย รูปเรือสำเภาโบราณ ตัวพระอุโบสถตั้งอยู่ในเรือหน้าบันปั้นเป็นรูปพระพุทธเจ้าและสาวก พระประธานในพระอุโบสถหน้าตักกว้าง 3 ศอก 9 นิ้วสมัยตอนต้นกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้มีพระพุทธรูปปางต่างๆ จำนวนหลายองค์อยู่ที่วิหาร พระอุโบสถเก่าขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ. 2513 และในปี พ.ศ. 2528

ทั้งนี้ปัจจุบันวัดชะลอเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอบางกรวย ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี อุโบสถที่เป็นโบราณสถานสำคัญของวัดได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์จนอยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงสง่างาม และมีป้ายให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติวัดและโบราณสถานติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในวัดเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าไปชมและเรียนรู้กันได้อย่างสะดวกมากขึ้น ทั้งนี้สามารถเข้าเยี่ยมชมโบราณสถานและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดชะลอได้ทุกวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ 02-8839277

การเดินทาง
เข้าทางสะพานพระราม 7 ด้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เลี้ยวเข้าถนนบางกรวย-ไทรน้อย ถึงสี่แยกแล้วเลี้ยวขวา ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร วัดชะลอจะอยู่ทางซ้ายมือ

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล