หมู่บ้านใหญ่ ไก่บินไม่ตก ที่บ้านหนองขาว

วันนี้จะพามาเที่ยวชม จังหวัดกาญจน์นะจ๊ะ! ถูกแล้วค่ะ ไม่ได้พิมพ์ผิดเลย ขอนำทุกท่านเข้าสู่กาญจนบุรี จังหวัดที่นักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติต้องมาเยือน มากาญจนบุรีทั้งทีก็ต้องมาถ่ายรูปที่ ‘สะพานข้ามแม่น้ำแคว’ กันสักหน่อย หากไม่ได้ถ่ายรูปคู่สะพานอัพลงไอจี ก็คงเหมือนมาไม่ถึงกาญจนบุรี แต่ถ้าอยากได้รูปภาพแปลกตา ชวนให้เพื่อนๆบนไอจีฉงน สงสัย ว่าไปถ่ายที่ไหนมา เราขอแนะนำให้ขับรถออกมาจาก สะพานข้ามแม่น้ำแคว เพียง 17 กิโลเมตรตามทางหลวงหมายเลข 324 คุณก็จะได้พบกับ หมู่บ้านใหญ่ ไก่บินไม่ตก ที่บ้านหนองขาว

“ท้องถิ่นคนขยัน กล่าวขวัญวัวลาน ตำนานหลวงพ่อ ผ้าทอหนองขาว สะเดาลือชื่อ ข้าวหอมซ้อมมือ เลื่องลือน้ำตาลสด”
บ้านหนองขาว หรือที่แต่เดิมเรียกว่า บ้านหนองหญ้าขาว เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านมาหลายรุ่น สังเกตได้จากการที่มีวัดเก่าแก่นับอายุย้อนไปได้ถึงช่วงปลายสมัยอยุธยาเลยทีเดียว บ้านหนองขาวจึงเป็นหมู่บ้านใหญ่ จนชาวบ้านมีคำกล่าวว่า “หมู่บ้านใหญ่ ไก่บินไม่ตก” หมายถึงหลังคาของแต่ละบ้านใกล้ชิดกันจนไก่บินไม่ตกหลังคาเลยทีเดียว เสน่ห์อย่างหนึ่งที่เราพบเห็นได้คือ บ้านเรือนแต่ละหลังปลูกติดกันโดยส่วนมากไม่มีการกั้นรั้ว แสดงให้เห็นถึงความรัก สามัคคี และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กันและกัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักบ้านหนองขาวกันให้มากขึ้น

รอยอดีตในลมหายใจปัจจุบัน
เราขอพาทุกคนไปสักการะวัดประจำท้องถิ่นแห่งนี้เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยเสียก่อน วัดหนองขาว หรือ ชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดอินทาราม เป็นวัดที่ชาวบ้านเคารพศรัทธามาก สันนิษฐานว่ามีประวัติการสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภายในวัดมีพระปรางค์เก่าแก่ และพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ที่ชาวบ้านนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของทุกคน

เราเดินออกมาจากวิหารพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ แล้วสังเกตเห็นอาคารหลังใหญ่มีป้ายเขียนว่า พิพิธภัณฑ์บ้านหนองขาว จึงขอเดินเข้าไปชมสักหน่อย ภายในจัดแสดงประวัติของบ้านหนองขาว ทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน อย่างหนึ่งที่เราสังเกตได้คือชาวบ้านหนองขาวเป็นเกษตรกรที่ยังคงขนบธรรมเนียมและพิธีกรรมโบราณไว้ได้มั่นคง อย่าง “การทำขวัญข้าว” ที่เราไม่ค่อยได้พบเห็นกันแล้วในปัจจุบัน

แอ่งเล็กเช็คอิน ที่บ้านหนองขาว
“แต๊ก ๆ ๆ ๆ…” เสียงรถอีแต๋นของชาวบ้าน ที่ขณะนี้เรากำลังนั่งชมหมู่บ้านหนองขาว เข้าบรรยากาศกับท้องทุ่งนาสีเขียวขจีที่มองเห็นอยู่แต่ไกล ส่วนใครสนใจจะปั่นจักรยานตามไปก็ไม่ว่ากัน ชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งพร้อมเครื่องดนตรี ฉิ่ง ฉาบ กรับ กลอง พาดผ้าขาวม้าประจำถิ่น กำลังเตรียมต้อนรับเราด้วย “เพลงเหย่ย”
“มาเถิดหนาแม่มา มาเล่นพาดพาดผ้ากันเอย… พี่ตั้งวงไว้ท่า อย่านิ่งอยู่ช้าเลยเอย…”
เป็นเพลงพื้นบ้านประจำท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรีที่หาฟังไม่ค่อยได้ในปัจจุบันแล้ว

ผ้าขาวม้าที่ชาวบ้านนุ่งห่มกันนี้เป็นฝีมือการทอกันเองของชาวบ้าน เราจึงขอไปชมกันที่ ‘บ้านเพลงผ้า’ ที่มีชาวบ้านกำลังทอผ้าขาวม้ากันอยู่อย่างแข็งขัน ผ้าขาวม้าของที่นี่มีมากมายหลายสีสัน จนเรียกได้ว่า ‘ผ้าขาวม้าร้อยสี’ นอกจากผ้าขาวม้าทอมือแล้ว ชาวบ้านยังมีหัตถกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ทั้งการจักสาน การผลิตเครื่องประดับสร้อย แหวน กำไล ประดับพลอย อันขึ้นชื่อของเมืองกาญจน์

เดินชมกันจนเหนื่อย พักชิมข้าวเกรียบว่าวของชาวบ้านที่ปิ้งกันสด ๆ หอมกรุ่น เคี้ยวกรอบ อร่อยอย่าบอกใคร แถมยังมีน้ำตาลสดจากดงตาลโตนดในหมู่บ้าน ที่หอมหวานชื่นใจไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย ส่วนถ้าใครเริ่มหิวแล้ว ที่นี่มีเมนูเด็ดสไตล์ชาวมอญเมืองกาญจน์ อย่าง “น้ำพริกมอญ หรือ น้ำพริกเขะขะ” ที่ใครไปก็ต้องลองชิมให้ได้ นอกจากนั้นก็ยังมี แกงถั่วลิสง ผัดหมี่โบราณ และอีกหลายเมนูให้เราเลือกชิมฝีมือปลายจวักของชาวบ้านหนองขาวกันอย่างเต็มอิ่ม

ด้วยบรรยากาศและความเป็นมิตรของชาวบ้าน ทำเอาเราติดใจอยากจะพักค้างคืนที่นี่สักหน่อย ชาวบ้านก็มีโฮมสเตย์ไว้ต้อนรับเราอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถีที่ครบสูตรจริงๆ ขอบอกว่าตอนเช้าตื่นเช้าสักนิดมาสูดอากาศริมทุ่งนา ชมพระอาทิตย์ขึ้น แล้วแวะใส่บาตรสักหน่อยก็น่าสนใจไม่น้อยเลย

ข้อมูลการเดินทาง

บ้านหนองขาวอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีเพียง 11 กิโลเมตรเท่านั้น หากอยู่บนถนนหลักของเมืองกาญจนบุรีคือถนนแสงชูโต เมื่อถึงหอนาฬิกาให้เลี้ยวเข้าสู่ถนนอู่ทอง ทางหลวงหมายเลข 324 แล้ววิ่งตรงไปตามทาง สังเกตสถานีตำรวจภูธรตำบลหนองขาว ก็ถึงบ้านหนองขาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเพียงเท่านั้น คุณจะได้สัมผัสกับหมู่บ้านใหญ่ ไก่บินไม่ตก ที่มากไปด้วยเสน่ห์จนยากจะลืมเลือน

 

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล