OTOP นวัตวิถี

บทความที่น่าสนใจ

สุขตัวใหญ่ๆ ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ สไตล์บ้านจอมแขวน ต.อ่างทอง อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร

“ผ้าปักจักสานงานศิลป์ อาหารพื้นถิ่นเลิศล้ำ วัฒนธรรมอิ้วเมี่ยน”

เมื่อพูดถึงชาวชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย หลายคนคงนึกถึงจังหวัดทางภาคเหนือตอนบนที่มีภูเขาสูง ยอดดอยตระหง่าน อากาศหนาวเหน็บ แต่ใครจะไปคิดว่าจังหวัดที่ถัดลงมาจนบางทีถูกจัดอยู่ในภาคกลางตอนบน ก็มีชาติพันธุ์อาศัยอยู่ และยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีไว้อย่างเหนียวแน่นไม่แปรเปลี่ยน เรากำลังกล่าวถึงชาวอิ้วเมี่ยน บ้านจอมแขวน จังหวัดกำแพงเพชร

อิ้วเมี่ยน คือใคร?
“อิ้วเมี่ยน” แปลว่า มนุษย์ เป็นคำที่ชาวชาติพันธุ์กลุ่มนี้ใช้เรียกตนเอง แต่คนภายนอกมักเรียกและรู้จักในนาม “เมี่ยน” หรือ “เย้า” ชาวอิ้วเมี่ยนในประเทศไทยอพยพมาจากดินแดนตะวันออกของมณฑลไกวเจา ยูนนาน กวางสี และหูหนานของประเทศจีน เข้าสู่พม่า ลาว และเวียดนาม แล้วค่อยๆเคลื่อนมาที่ประเทศไทย อาศัยอยู่มากในแถบภาคเหนือตอนบนและมีอยู่บ้างในภาคเหนือตอนล่าง รวมแล้ว 9 จังหวัด ปัจจุบันมีจำนวนประชากรเชื้อสายอิ้วเมี่ยนประมาณ 50,000 กว่าคนเลยทีเดียว

ชุดแต่งกายสีสันหลักคือสีดำและแดง เครื่องเงินและเหรียญตราต่างๆถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับได้อย่างงดงาม ลงตัว จุดเด่นของชุดอิ้วเมี่ยนที่สังเกตได้ง่ายคือพู่ห้อยรอบคอลักษณะเหมือนขนมิ้งค์สีแดงฉูดฉาดที่เย็บติดคล้ายเป็นปกเสื้อ ดูแล้วรู้ทันทีว่านี่คือชาวอิ้วเมี่ยน

ผ้าปักและจักสาน
วิถีชีวิตของชาวอิ้วเมี่ยนมีความเรียบง่าย ไม่เร่งรีบ หรือที่เราชอบเรียกว่าสโลว์ไลฟ์ เนื่องจากไม่ต้องแข่งขันทำมาหากินกับใคร จะว่าไปก็เป็นชีวิตในฝันของมนุษย์เงินเดือนในเมืองใหญ่หลายๆ คนเช่นกัน ด้วยอาชีพหลักที่เป็นเกษตรกร ชาวอิ้วเมี่ยนจึงใช้เวลาส่วนมากอยู่ในไร่นา เมื่อว่างจากงานทำไร่ไถนาผู้ชายก็จะหาไม้ไผ่มาผ่าซีก ถากให้เป็นแผ่น นำมาจักสานเป็นข้าวของเครื่องใช้ในงานไร่งานสวนต่อไป เหตุนี้จึงทำให้ชาวอิ้วเมี่ยนมีความชำนาญในการจักสานอยู่ไม่น้อย รูปแบบเครื่องจักสานที่นิยมคือ “ก๋วย” ที่มีลักษณะคล้ายกระบุงผูกเชือกห้อยหลังที่เราเคยเห็นในภาพถ่ายกันนั่นแหละ ส่วนฝ่ายหญิงที่ว่างจากงานก็มีหน้าที่ปักผ้าสำหรับทำเป็นชุดสวมใส่ ทั้งให้ตนเองและคู่ครอง

การปักผ้าของชาวอิ้วเมี่ยนมีความแปลกอยู่ตรงที่ เขาจะหันผ้าที่ปักด้านหนึ่งเข้าหาตัวให้มองเห็น ปักไปเรื่อยๆ จนเสร็จ แต่ลวดลายที่ต้องการจะปรากฏให้เห็นอีกด้านหนึ่งที่ไม่ได้หันมาให้เห็นแต่แรก จึงต้องอาศัยความแม่นยำชำนาญในการลงฝีเข็มเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าการปักผ้านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ใจเย็น หรือต้องการฝึกความใจเย็นก็ยังได้ ที่สำคัญใครอยากลองปักผ้าแบบชาวอิ้วเมี่ยน ที่บ้านจอมแขวนเขามีให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำกันด้วย โดยจะมีชาวอิ้วเมี่ยนต้นตำรับคอยสอนอยู่ข้างๆ รับรองออกมาสวยงามไม่แพ้เจ้าตัวปักเองแน่นอน งานปักผ้าของชาวอิ้วเมี่ยนนี้ ยังสามารถคว้ารางวัล Creative Tourism Thailand หรือ แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ปี 2560 ได้อีกด้วย ถือว่านักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดไปชมและลองปักผ้าเด็ดขาด

แอ่งเล็กเช็คอิน
เส้นทางเล็กๆ พอให้รถสวนกันได้ ลัดเลาะทุ่งนาสีเขียว มองไปได้ไกลลิบๆ แสงอ่อนๆของดวงอาทิตย์หลบอยู่หลังเมฆก้อนโต ทำให้เกิดร่มเงาทาบลงบนท้องนา จักรยานดูเป็นพาหนะที่เหมาะมากกับบรรยากาศนี้ ค่อยๆ ใช้เท้าเหยียบบันไดพาเจ้าสองล้อวิ่งไปตามแรงขา ปะทะแรงลมที่โต้กลับมาให้เราสูดหายใจสดชื่น ทิวทัศน์แบบนี้ทำให้เราลืมความเหนื่อยล้าไปได้ชั่วขณะ ปั่นไปตามทางแล้วปั่นกลับมาที่หมู่บ้าน แสงสุดท้ายของวันค่อยๆ หรี่ลงจนจวนเจียนจะลับ ชาวบ้านจอมแขวนตระเตรียมอาหารวางไว้เป็นสำรับพร้อมแล้ว อาหารพื้นเมืองของชาวอิ้วเมี่ยนเป็นอาหารที่เน้นสุขภาพ แต่รสชาติอร่อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ปลานึ่งสมุนไพร มีมะนาววางมาให้สำหรับตัดรส หมูหลาม หมูสับปรุงรสบรรจุลงในกระบอกไม้ไผ่แล้วนำไปหลาม

เมนูนี้ได้กลิ่นหอมของไม้ไผ่แทรกอยู่ในเนื้อหมูเต็มๆ ถัดมาเป็นเมนูต้มจืดที่ชาวอิ้วเมี่ยนเรียกว่า โจ้วไล่ฉ่าย หรือจะเป็น หน่อไม้ผัด ไก่บ้านผัดเผ็ด ก็มีในสำรับ แต่ที่ชาวบ้านภูมิใจนำเสนอเลย คือ หมูห่อใบหม่อน นำหมูปรุงรสแล้วห่อด้วยใบหม่อนที่มีอยู่มากมายในหมู่บ้าน กลัดด้วยไม้แล้วนำลงไปทอดในน้ำมัน กินกับข้าวเหนียวห่อใบตองหอมกรุ่น อร่อยอย่าบอกใครเลยครับ กินกันจนอิ่มหนำก็สามารถเข้าพักที่โฮมสเตย์บ้านจอมแขวนที่เตรียมพร้อมรับรองนักท่องเที่ยวสายสโลว์ไลฟ์อยู่

ข้อมูลการเดินทาง
เริ่มจากหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกำแพงเพชร ตรงออกมาตามถนนกำแพงเพชร ข้ามแม่น้ำปิงแล้วตรงต่อไปตามทาง ถึงแยกนครชุมให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพหลโยธิน ตรงต่อไป 13 กิโลเมตร สังเกตโรงเรียนท่าเสากระโดงทางซ้ายมือ เมื่อเห็นแล้วให้ชิดขวาเตรียมกลับรถ เมื่อกลับรถแล้วประมาณ 300 เมตร จะเห็นซอยทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าไปและวิ่งตรงต่อไปประมาณ 23 กิโลเมตร สังเกตป้ายบอกทางได้เป็นระยะ

ชาวอิ้วเมี่ยนมีปรัชญาข้อหนึ่งที่ถือว่าทุกคนเป็นพี่น้องกัน ไม่ได้นับญาติกันเฉพาะทางสายเลือด แต่ยังนับรวมไปถึงชนชาติอื่นๆ ที่มาอยู่ร่วมกันในชุมชนด้วย เพราะทุกคนย่อมเกี่ยวพันกันทางวิญญาณของบรรพบุรุษ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจธรรมชาติ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันโดยไม่แบ่งแยกวัฒนธรรมประเพณี ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสตัวตนของชาวอิ้วเมี่ยนได้ที่นี่ บ้านจอมแขวน

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล