สัมผัสบรรยากาศความเป็นไทย เหมือนได้ย้อนไปในอดีต ณ บ้านท่าโพ จ.อุทัยธานี

ไปสัมผัสวิถีชีวิตของคนไทยเดิมอย่างชาวอุทัยธานี ชมความแปลกตาของต้นไม้เก่าแก่ ที่ต้นไม้ยักษ์ ชุมชนสะนำ อำเภอบ้านไร่ แล้วแวะไปช้อปสินค้า OTOP ที่ศูนย์ผ้าทอลายโบราณบ้านผาทั่ง ต.ห้วยแห้ง อ.บ้านไร่ และกลุ่มผลิตมีดตามสั่งช่างทิน ต.หนองไผ่แบน อ.เมือง ตะลอนๆไปกันต่อที่วัดดังในอุทัยธานีอย่าง วัดจันทาราม (ท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง และ วัดเขาวง ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ นอกจากนั้นจังหวัดอุทัยธานียังมีแอ่งเล็กเช็คอินให้คุณตามไปเช็คอินกันถึง 35 หมู่บ้านอีกด้วยนะ

ต้นไม้ยักษ์ ชุมชนสะนำ อำเภอบ้านไร่
การเดินทาง: จากเมืองอุทัยธานี ถึง ต้นไม่ยักษ์ ระยะทาง 80 กม. โดยประมาณ ออกจากตัวเมือง ใช้เส้นทางหมายเลข 333 จนถึงสามแยกด่านช้างระยะทาง 71 กม. จากนั้นตรงไปเข้าถนนหมายเลข 3011 มุ่งหน้าอำเภอบ้านไร่ ผ่านตัวอำเภอไปอีก 9 กม. ก็จะถึงต้นไม้ยักษ์

ศูนย์ผ้าทอลายโบราณบ้านผาทั่ง ต.ห้วยแห้ง อ.บ้านไร่
การเดินทาง: จากถนนพหลโยธินผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาลงแพขนานยนต์ ที่อำเภอมโนรมย์ ผ่านวัดท่าซุง (วัดจันทาราม) ศาลากลางจังหวัด เข้าตลาดอุทัยธานี รวมระยะทางประมาณ ๓๐๕ กิโลเมตร ศูนย์ทอผ้าพื้นเมืองลายโบราณบ้านผาทั่ง ตั้งอยู่ ที่ 32 หมู่ 2 ตำบลห้วยแห้ง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

กลุ่มผลิตมีดตามสั่งช่างทิน ต.หนองไผ่แบน อ.เมือง
การเดินทาง: เดินทางโดยรถ (รถยนต์ส่วนตัว,รถโดยสารสายอุทัย-โกรกพระ) ไปทางถนนสายอุทัย-โกรกพระ ระยะทาง 7 กม. ก็ถึงกลุ่มผลิตมีดตามสั่งช่างทินแล้ว

วัดจันทาราม (ท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง
การเดินทาง: ใช้ถนนสายเอเซีย ทางหลวงหมายเลข 32 จนสี่แยกหางน้ำสาคร จังหวัดชัยนาท แล้วเลี้ยวซ้ายไป อ.มโนรมย์ สุดถนน 3212 เป็นแม่น้ำสะแกกรัง ให้เอารถขึ้นแพข้ามฟากไปฝั่งอุทัยธานี และขับต่อขึ้นไปตามถนน 3265 ประมาณ 4 – 5 ก.ม. ก็จะถึงบริเวณวัด

วัดเขาวง ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุทัยธานี มุ่งหน้าสู่ตำบลบ้านไร่ ห่างจากอำเภอไปราว 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3011 ผ่านทางโค้งศาลเจ้าพ่อเขารักแล้วมาตัดกับสามแยกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขาวง ประมาณ 8 กิโลเมตรถึงทางแยกเข้าไปอีก 300 เมตร ทางค่อนข้างจะลาดชันขึ้นทีละน้อย เส้นทางอ้อมโค้งเป็นหน้าผาต้องไต่ไปตามซอกเขา หลังจากท่องเที่ยวแอ่งเล็ก แอ่งใหญ่ชื่อดังกันมาพอสมควรแล้ว เรามาเข้าสู่บ้านท่าโพ กันเลยดีกว่าค่ะ ลุย มาสัมผัส

บรรยากาศความเป็นไทยแบบดั้งเดิมเหมือนได้ย้อนไปในอดีต ณ บ้านท่าโพ จังหวัด อุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี
เมืองแห่งวัฒนธรรมที่ไม่ได้มีดีแค่มรดกโลกอย่างห้วยขาแข้งเท่านั้น แต่ที่นี่ยังมีหมู่บ้านเล็กๆอีกหลายแห่งที่รอให้คุณได้ไปสัมผัสถึงบรรยากาศและวิถีชีวิตของคนในชุมชน ที่ยังคงรักษาและสืบทอดวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบไทยแท้ที่ทรงคุณค่าอยู่ตลอดกาล ในวันนี้เราจะพาไปเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างหมู่บ้านท่าโพ หมู่บ้านที่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยเสน่ห์มากมายที่รอให้คุณได้เข้าไปสัมผัส เราเชื่อว่าคุณจะได้รับรอยยิ้มและความประทับใจกลับไปแน่นอน

หมู่บ้านท่าโพแหล่งท่องเทียวเชิงวัฒนธรรม
ชุมชนแห่งนี้เป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว โดยอัตลักษณ์ของชุมชนแห่งนี้ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีคือการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในเรื่องของอาหารพื้นเมือง ศิลปวัฒนธรรมเพลงพื้นบ้านที่มีมาตั้งแต่โบราณ วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของคนในชุมชน บุคลิกที่น่ารักของชาวบ้านทั้งความสามัคคีและรักความสงบ อย่างคำขวัญที่ได้กล่าวไว้ว่า “ท่าโพสามัคคี ประเพณีมั่นคง ยืนยงคุณธรรม กิจกรรมพัฒนา ยึดถือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” สิ่งเหล่านี้ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่พอเพียงและน่าค้นหาเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนทำให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยที่ไม่ขัดกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อม บอกได้เลยว่าถ้าได้ลองมาทำความรู้จักหมู่บ้านแห่งนี้คุณจะได้รับความสุขสงบในแบบที่ไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

เพลงพื้นบ้านท่าโพ
หมู่บ้านท่าโพแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมการร้องเพลงเกี่ยวข้าว ไม่ว่าจะเป็นเพลงเกี่ยวข้าวที่เราก็คงคุ้นหูกันอยู่บ้าง เพลงชักกะเย่อ เพลงบวชนาค และเพลงรำวงโบราณ โดยในแต่ละเพลงนั้นจะเป็นการเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของคนในชุมชนตั้งแต่อดีต และยังมีการจัดการแสดงถ่ายทอดบทเพลงพร้อมท่าทางฟ้อนรำแบบในอดีต โดยที่ผู้ฟ้อนรำทั้งชาย-หญิงจะนุ่งโจงกระเบน เสื้อลายดอก ให้บรรยากาศคลาสสิคของความเป็นไทยแท้ ทำให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ สร้างความรื่นเริงเพื่อผ่อนคลายความเครียดหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวได้เป็นอย่างดี

อีกทั้งยังเป็นการรักษาวัฒนธรรมไทยที่มีมาแต่โบราณ และสร้างรายได้เข้าหมู่บ้านอย่างสร้างสรรค์อีกด้วย อีกหนึ่งเทศกาลที่น่าสนใจเป็นอย่างมากของที่นี่นั่นก็คือเทศกาลตรุษสงกรานต์ เทศกาลงานบุญซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13-14 เมษายน ชาวบ้านในหมู่บ้านท่าโพและหมู่บ้านพันสี จะมารวมตัวกันเพื่อจัดงานการละเล่นพื้นเมือง ณ วัดท่าโพ โดยจะตักบาตรเทโว เก็บดอกไม้แห่เข้าโบสถ์และร้องเพลงพิษฐานภายในโบสถ์ร่วมกัน

หลังจากอิ่มบุญกันแล้วชาวบ้านก็จะออกมาร้องเล่นเพลงพื้นบ้าน ทั้งเพลงชักกะเย่อ เพลงโลม เพลงรำวงโบราณกันอย่างสนุกสนาน และยังมีการละเล่นแบบไทยแท้ไม่ว่าจะเป็นการละเล่นมอญซ่อนผ้า เจี๊ยบๆ จ้อย ช่วงชัย เสือกินวัว และแม่ศรี โดยการละเล่นต่างๆ ในหมู่บ้านแห่งนี้นั้นยังคงเนื้อร้องแบบดั้งเดิมไว้ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่น่าสนใจมากทีเดียว

โฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์บ้านท่าโพ
เมื่อคุณได้ย่างกายเข้ามาในพื้นที่อนุรักษ์วัฒนธรรมและได้เรียนรู้ความเป็นมาของชุมชนผ่านภูมิปัญญาและบทเพลงพื้นบ้านแล้ว คุณจะต้องไม่พลาดที่จะเข้ามาพักที่โฮมสเตย์แห่งนี้ที่ยังคงความสงบ เรียบง่าย และสัมผัสกับรสชาติอาหารแบบไทยแท้ผ่านสำรับอาหารไทยคาวหวานแบบโบราณ ที่ยังมีการเสิร์ฟแบบหาบสำรับคาวหวานจากคนในหมู่บ้านเองเหมือนกับได้ย้อนกลับไปในอดีตเลยทีเดียว และที่บ้านท่าโพยังมีสินค้า OTOP ที่ผลิตจากคนในชุมชนให้นักท่องเที่ยวได้ช็อปกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริก ยาหอม พัดตอก สุ่มไก่ เป็นการสร้างรายได้ให้คนในชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ต้องขอบอกเลยว่าการมาบ้านท่าโพครั้งนี้คุณจะต้องหลงรักความน่ารักของวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรม ความเป็นไทยแท้ๆที่ยังคงอยู่ของคนที่นี่อย่างแน่นอน

เจ้าของโฮมสเตย์คือ คุณครูตุ้ย สุรพงศ์ ทิพย์ศิริ
ตั้งอยู่ที่ 126 หมู่ 4 ต.ท่าโพ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี
โทร 090-6831601,056-545158

การเดินทาง
เดินทางเข้าสู่ตำบลท่าโพโดยรถยนต์โดยสารประจำทาง สายอุทัยธานี – หนองฉาง โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 มีทางแยกเข้าหมู่บ้าน 3 หมู่บ้าน ระยะทางประมาณ 1 – 2 กม.

“ท่าโพ” หมู่บ้านท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ที่ยังคงวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย และไม่ว่านักท่องเที่ยวคนไหนได้ผ่านไปสัมผัสต้องหลงรักทุกราย ที่รอให้นักท่องเที่ยวได้มาเรียนรู้วิถีสโลว์ไลฟ์ไปด้วยกันอยู่นะคะ

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล