OTOP นวัตวิถี

บทความที่น่าสนใจ

ล่องเรือ เข้าสวน ชวนเก็บดอกบัวแบบชาวชุมชนริมคลองมหาสวัสดิ์

ในวันอยากพักสบายๆ แต่ไม่มีเวลามากนัก มองหาแหล่งท่องเที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แค่คลิกปลายนิ้วใน Social Media ก็มีตัวเลือกมากมายผุดขึ้นมาให้เลือก แต่ด้วยความที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติ ได้สัมผัสกลิ่นอายความเป็นชนบทเล็ก ๆ โดยไม่ต้องขับรถเหนื่อยมากเลยมีมติเป็นเสียงเดียวกันว่า ล่องเรือเข้าสวนฟังเสียงต้นไม้บ้างก็น่าจะดี แถมอยู่ใกล้แค่เอื้อมนี่เอง

บ้านศาลาดิน จ.นครปฐม คือที่เราเลือกไปเที่ยวกันค่ะ พอได้มาเยือน จึงได้รู้ว่าชุมชนบ้านศาลาดิน เป็นหนึ่งในชุมชนเก่าแก่ ริมคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งเป็นคลองสายประวัติศาสตร์เส้นสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าให้ขุดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2400 เพื่อเชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำท่าจีน ให้ใช้เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์

จากชุมชนที่พึ่งพาการทำนาข้าวเป็นอาชีพหลักในอดีต ทุกวันนี้ชาวชุมชนบ้านศาลาดิน กลายเป็นต้นแบบในการน้อมนำศาสตร์พระราชาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในการบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการทำเกษตรแบบผสมผสาน นำวิถีชีวิตและความงามแห่งอัตลักษณ์มาพัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจนมีชื่อเสียง

ความเจ๋งของชาวชุมชนบ้านศาลาดิน อยู่ตรงที่พวกเขาได้รวมตัวกัน โดยใช้เวลากว่า 20 ปี ฟื้นฟูคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยหมดความสำคัญจนกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะและเต็มไปด้วยผักตบชวา ให้กลับคืนมาสวยงามมีชีวิตชีวาอีกครั้ง เริ่มจากการนำเอาวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมชุมชน มาสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยใช้จุดเด่นความเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำตั้งแต่ครั้งโบราณมาเป็นจุดเชื่อมโยง

แน่นอนว่า ไฮไลท์เด็ด ของที่นี่ คือ การล่องเรือไปเช็คอินจุดชมวิวซึ่งมีหลายจุดด้วยกัน โดยชาวบ้านได้รวมกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนล่องเรือชมสวนเรียบคลองมหาสวัสดิ์ ขึ้นมา มีการบริหารจัดการเรื่องท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ชุมชนตลอดสองฝั่งคลองในราคาเป็นกันเองมาก ๆ โดยเรือหนึ่งลำนั่งได้ 6 คน คิดราคาเช่าเหมาลำไป-กลับเพียง 350 บาทเท่านั้น

ส่วนกิจกรรมขณะนั่งเรือแวะชมตามจุดต่าง ๆ มี 7 จุดด้วยกัน ได้แก่

1.ไหว้พระสุวรรณนาราม

2.เยี่ยมบ้านฟักข้าว

3.ดูนาบัว

4.เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง

5.ชิมขนมจีนโบราณ

6.โรงเรียนชาวนา

7.เยี่ยมชมบ้านป้าแจ๋ว

ว๊าว…มีจุดแวะเที่ยวได้หลายจุดขนาดนี้ โดนใจสายชิลล์อย่างเรามากเลย แต่เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย แวะไหว้พระขอพรที่วัดสุวรรณนาราม ก่อนเลย หลังจากนั้นค่อยล่องเรือชิลล์ต่อ ซึ่งแต่ละจุดที่แวะบางที่ต้องตาโตร้องว้าว โดยเฉพาะจุดเช็คอินที่นาบัว วิวสวยจริง ๆ ค่ะ เพราะบึงบัวบนเนื้อที่ 15 ไร่ มองไกลสุดลูกหูลูกตา มองไปทางไหนก็เห็นแต่บัว สวยชวนตะลึงจนต้องร้องว้าวออกมาดัง ๆ อีกรอบ

ล่องเรือเอื่อย ๆ ช้อนชมบัวสัตตบงกชสีชมพูที่ชูช่อบานสะพรั่งรอเก็บเกี่ยวก่อนรุ่งสาง หรือจะเก็บดอกบัวกลางบึงท่ามกลางฝูงปลาน้อยใหญ่ที่แหวกว่ายไปมา แล้วโชว์ฝีมือพับดอกบัวให้สวยงามเพื่อเตรียมถวายพระก็ยังได้ ชิลล์ไปอีก!

ส่วนอีกจุดเช็คอินเน้นความอิ่มอร่อย คือ การไปชมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์ ได้แก่ การทำข้าวตังจากข้าวกล้องหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยให้นักท่องเที่ยวลงมือปรุงเอง ทอดเอง รับประทานได้ตามใจชอบ จากนั้นไปต่อที่จุดเช็คอินที่บ้านฟักข้าว ชมสวนฟักข้าว และเรียนรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากฟักข้าว เช่น สบู่ ยาสระผม ลิ้มชิมรสเมนูเด็ดจากฟักข้าว เช่น น้ำฟักข้าว คุกกี้ฟักข้าว หมี่กรอบฟักข้าว และน้ำซอสเย็นตาโฟฟักข้าว และที่เด็ดสุดคือเราจะได้ฟังการสลับขับกล่อมด้วยเสียงร้องเพลงแหล่บอกเล่าเรื่องราวของคลองมหาสวัสดิ์แบบสดๆ โดยศิลปินแห่งลุ่มน้ำมหาสวัสดิ์กันตรงนั้นเลย

กิจกรรมยังไม่จบแค่นี้ ถัดจากบ้านฟักข้าวก็ล่องเรือชิลล์ ๆ ไปชมสวนกล้วยไม้ ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งปลูกกล้วยไม้ส่งออกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ของดีของสวนแถบนี้คือพันธุ์กล้วยไม้สีม่วงสดที่ผิวกลีบดูคล้ายกำมะหยี่ ยามสะท้อนแสงสวยงามมาก รู้จักกันในชื่อ “พันธุ์ทัศนีย์” มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย พอเซลฟี่เพลินๆกับกล้วยไม้สวยๆ กันแล้วมาจบการทัวร์ที่บ้านป้าแจ๋ว ผู้นำกลุ่มแม่บ้านและเกษตรกรบ้านศาลาดินที่บุกเบิกการทำเกษตรอินทรีย์ นำมาพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปอร่อยๆ เช่น กล้วยหอมทองกรอบ 7 รส มะม่วงกวน ขนมผิง ไปจนถึงเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่คือเมี่ยงคำบัวหลวงที่ใช้กลีบบัวหลวงห่อแทนใบชะพลู และอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านอีกหลากหลายเมนู

นี่เป็นเพียงบางส่วนของจุดเช็คอินที่เราต้องแวะเข้าไปชมกัน ซึ่งเหมือนจะจบแล้ว แต่ก็ยังไม่จบ อีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ที่ห้ามพลาดเลย คือการนั่งรถอีแต๋นพาชมสวน แบบเฟี้ยวฟ้าวตื่นเต้นเสุดๆ ! ด้วยราคาค่าบริการเพียง 100 บาทต่อเที่ยว เราก็สามารถนั่งแจมกับนักท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้ถึง 10 คน เป็นเพื่อนร่วมกรี๊ดไปด้วยกันระหว่างทางสนุกดี

นอกจากกิจกรรมล่องเรือชมธรรมชาติที่สามารถมาฟอกปอดผ่อนคลายกันได้ตลอดทั้งปีแล้ว ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ที่นี่ตั้งแต่ 8.00 – 18.00 น. ยังมีตลาดน้ำคลองมหาสวัสดิ์ บ้านศาลาดิน หรือตลาดน้ำประชารัฐ ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมสินค้าเกษตร สินค้าโอท็อป ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชุมชนบ้านศาลาดิน ของฝากของที่ระลึกและอาหารมากมายกว่า 70 ร้านให้มาเที่ยวเล่นและช้อปกันเป็นประจำอีกด้วย ในวันนี้กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตรไม่เพียงกระจายรายได้ให้กับชุมชน หากยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กลับสู่บ้านเกิด พัฒนาแบรนด์ผลิตภัณฑ์บ้านศาลาดินให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

การเดินทาง
เพียง 4 กิโลเมตรจากมหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา ก็เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์กับความสุขที่หาได้ในชุมชนบ้านศาลาดิน

ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
– สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐม (034) 340023
– สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพุทธมณฑล (02) 4410376
กลุ่มชุมชนท่องเที่ยวOTOPนวัตวิถี ติดต่อ ผู้ใหญ่อาภรณ์ ช้อยประเสริฐ ประธานกลุ่ม (083) 838 6882
หรือ คุณวาสนา รัตนนิธาน เลขาคณะกรรมการ (092) 385 8541

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล