OTOP นวัตวิถี

บทความที่น่าสนใจ

พาชมวิทยาการยุคโบราณ และลวดลายเขียนสีแดง ที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อนที่ บ้านเชียง จ.อุดรธานี

‘บ้านเชียง’ เป็นจุดเริ่มต้นของโบราณคดีในไทย โดยการค้นพบที่นี่เกิดจากวัยรุ่นชาวสหรัฐฯ คนหนึ่งสะดุดรากไม้ จนไปพบเศษเครื่องปั้นดินเผา ที่เมื่อสังเกตดีๆ แล้ว จะเห็นลวดลายเขียนสีแดงแปลกตา แล้วต่อมาภายหลังพบว่าเศษเครื่องปั้นดินเผาที่พบน่าจะเป็นวิทยาการยุคโบราณที่ไม่น่าจะเหมือนที่ใดในโลก … แต่เด็กๆ ชาวบ้านแถวนั้นกำลังใช้มันปาเล่นกันอย่างสนุก!

“แน่นอนว่า ไอ้ลายประหลาดสีแดงๆ นั่นคือ ภาชนะเขียนลายที่ไม่เคยพบที่ใดมาก่อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถมยังล้มล้างทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาอารยธรรมในอาเซียนอย่างสิ้นเชิง สะท้อนต้นแบบหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ในยุค 4,000 ปีก่อน ว่าบ้านเชียงนี้ เป็นสังคมที่เลือกเองว่าจะเป็นสังคมแบบไหน มีผลิตภัณฑ์อะไร …” วิทยากรที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงแนะนำ

ใช่ เริ่มสนุกกันแล้วใช่ไหม?
สองขากำลังก้าวเข้าสู่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะกลับมาสัมผัสอีกครั้ง แม้อากาศจะร้อนแค่ไหน แต่ใจเราสู้ซะอย่าง

เครื่องปั้นดินเผาที่ไม่เคยพบหรือเหมือนที่ใดในโลกมาก่อน
ครั้งสายตาก็ไปสะดุดกับเครื่องปั้นโบราณทรงสูงแบบหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ ที่คงทำให้วิทยากรผู้นำชมจะสังเกตเห็น เธอยิ้มแล้วเล่าเรื่องน่าภูมิใจให้ฟังว่า “Hyperbolic เป็นชื่อเครื่องปั้นลายเฉพาะ ทรงสูง สีขาว ดูสง่างาม แต่ทว่าเปราะบางแบบนั้น เป็นทรงของงานปั้นดินเผาที่ไม่เคยพบหรือเหมือนที่ใดในโลกมาก่อน ซึ่งสะท้อนได้ว่า ช่างปั้นของบ้านเชียงประณีตมากๆ ที่ทำของใช้ได้สวยงามขนาดนี้” ฉันเองก็แอบเห็นด้วย เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสุดว้าวนอกตำราเรียนอีกเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ปกติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรามักจะได้รับอารยธรรมมาจากอินเดียและจีน แม้แต่อาณาจักรขอมโบราณที่เราเถียงกันจะเป็นจะตายกับกัมพูชาว่าใครก็อปปี้โขนใครกันแน่ แท้จริงแล้วล้วนแต่ได้รับอารยธรรมจากอินเดียทั้งนั้น แต่เครื่องปั้นดินเผาของบ้านเชียง จ.อุดรธานี กับเป็นอารยธรรมยุคโบราณที่ไม่เหมือนใครในโลก

เที่ยวตลาดและถนนสายวัฒนธรรม

ที่นี่ไม่ได้มีแค่พิพิธภัณฑ์เท่านั้น เพราะตลอด 2 ข้างทาง ชุมชนได้ต่อยอดอารยธรรมของบรรพชน สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาในรูปภาชนะต่างๆ ไปจนถึงสินค้าที่ระลึก และบางร้านยังพาเราไปชมกรรมวิธีการทำอีกด้วย แต่ถ้ายังไม่จุใจ ที่ถนนสายวัฒนธรรม ที่มีร้านค้ากว่า 100 ร้าน ตั้งเรียงสินค้าพื้นบ้าน พื้นเมือง งานหัตถกรรม สินค้าทางการเกษตร ที่สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องปั้นดินเผาสีสันลวดลายเอกลักษณ์ที่ไปกี่ครั้งก็ต้องซื้อติดมือมาเป็นของที่ระลึก

ซึ่งหากใครอยากไปชมการปั้นหม้อบ้านคำอ้อ ก็สามารถไปเรียนรู้ และชมการสาธิตผลิตภัณฑ์ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตำบลบ้านเชียง ในส่วนของอาหารนั้น แอบทำการบ้านมาว่าต้องไปลองข้าวผัดข่าแจ่วหอมหวานบ้านเชียง ซึ่งบอกเลยว่าหาทานที่ไหนไม่ได้ มีแค่ที่บ้านเชียง นอกจากนี้ เรายังแอบไปลองขนมข้าวปาดหรือขนมเปียกปูนของชาวอีสาน ที่ชาวไทพวนกวนแป้งกันเองสดๆ ในกระทะตั้งบนเตาถ่านหลายนาทีกว่าจะได้ออกมาเป็นข้าวปาดรสอร่อย

ที่ประทับใจที่สุด และรู้สึกอบอุ่นมาก คือ ตอนที่เดินมาถึงลานวัฒนธรรมมรดกโลกบ้านเชียง มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ พร้อมรำบายศรีสู่ขวัญ ที่มีการผูกข้อต่อแขนเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้มาเยือนพอดี โดยชาวบ้านเตรียม ‘ตุ้มโฮมพาแลง’ มาผูกข้อมือให้ และจากนั้นก็มีการแสดงกลองยาวและแม่บ้านฟ้อนรำชุด ‘ออนซอนบ้านเชียง’ ต่อด้วยการแสดงกลุ่มเยาวชน ‘ระบำบ้านเชียง’ ฯลฯ ถือเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยว และผู้มาเยือนที่อบอุ่นตามวิถีไทพวน

การเดินทาง
จากตัวเมืองอุดรธานี ให้มุ่งหน้าไปทางตะวันออกโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 22 ประมาณ 40 กิโลเมตร เมื่อผ่านแยกหนองแม็กมาประมาณ 300 เมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางประมาณ 8 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปบ้านเชียงตลอดทาง เพียงเท่านี้เราก็จะได้ดื่มด่ำกับอารยธรรมเมื่อกว่า 4,000 ปีก่อน และได้สัมผัสวัฒนธรรมของชาวไทยพวนปัจจุบันอย่างใกล้ชิด

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล