OTOP นวัตวิถี

บทความที่น่าสนใจ

บ้านโฉลกหลำ…วันเดียวเที่ยวไม่จบ

เที่ยวทะเลไหนดี…
คำถามนี้ อาจมีคำตอบมากมาย แต่ท้ายสุดและสุดท้าย มาจบลงที่ “เกาะพะงัน”

พอบอกเกาะพะงัน เพื่อน ๆ บอกเป็นเสียงเดียวกัน ฟูลมูลปาร์ตี้ไม่ใช่ค่ะ ไม่ได้เที่ยวฟูลมูน แต่ทริปนี้ขอมาดื่มด่ำกับธรรมชาติและดูวิถีชีวิตชาวเลของชาวบ้าน เพราะเชื่อว่าที่เกาะพะงันยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจให้ใกล้ชิดธรรมชาติอีกหลายจุด

“บ้านโฉลกหลำ” ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่เราเลือกเป็นแหล่งเช็คอิน เพื่อเติมพลังให้กับตัวเอง โดยไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อนเลยว่า ชุมชนแห่งนี้เคยโด่งดังและเป็นที่รู้จักของคนทำอาชีพทางทะเล เพราะ มีหน้าอ่าวที่ใหญ่ เรือสัญจรไปมาทางน้ำเส้นทางนี้ต้องแวะมาจอดที่นี่ จึงเคยเป็นจุดที่เฟื่องฟูมีคนเข้าออกพลุกพล่าน

นั่นเป็นอดีตเมื่อประมาณเกือบสามสิบปีที่ผ่านมา เพราะปัจจุบัน ชุมชนแห่งนี้ดำรงวิถีชีวิตประมง ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมพื้นฐานแบบเรียบง่าย ไม่มีคนเข้าออกมากมายเหมือนแต่ก่อน เพราะหน้าอ่าวที่เคยเป็นร่องลึกเกิดตื้นเขินโดยธรรมชาติ ทำให้เรือเข้ามาจอดไม่ได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เริ่มมีนักท่องเที่ยวสายชิลล์ ชอบธรรมชาติ เริ่มมาเที่ยวมากขึ้นแล้ว ชาวบ้านจึงลุกขึ้นมาบริหารจัดการเปิดบ้าน และทำรีสอร์ทเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

ป้าเจ้าของร้านอาหารที่ไปทานยิ้มยิงฟันขณะเล่าให้ฟังว่า บ้านโฉลกหลำ เพิ่งได้รับรางวัลชมเชย จากการคัดเลือกชุมชน OTOP นวัตวิถี จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเร็วๆ นี้ด้วยนะ ดีจริง ไม่คิดเลยว่า ทริปนี้จะได้เที่ยวและสัมผัสแบบใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่มีเรื่องราวน่าสนใจมากมายขนาดนี้

จุดเด่นที่มาแล้วต้องไม่พลาดคือ ดำน้ำดูปะการัง เพราะบ้านโฉลกหลำ เป็นจุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อลำดับต้นๆ ของเมืองไทย สามารถดำน้ำได้ทั้งแบบน้ำตื้นและน้ำลึก เช่น ที่หาดขอม หาดท้องหลาง เกาะม้า และที่หน้าอ่าวโฉลกหลำเลย

ถ้าชอบแนวแอดเวนเจอร์ ต้องไปที่ “วังไทร Adventure Park” มีกิจกรรมให้วัดใจ อย่าง ปีนหน้าผา และ ซิปไลน์ ครูที่มาดูแลกิจกรรมที่นี่เคยเป็นมือหนึ่งเรื่องการปีหน้าผาอ่าวนาง จ.กระบี่ เลยทีเดียว จึงไม่ต้องสงสัยว่าเมื่อเข้ามาแล้วมีกิจกรรมมากมายหลายฐานให้สนุกได้ทั้งวัน เข้ามาที่นี่จึงได้ยินแต่เสียงกรี๊ดของคนที่เริ่มลองเล่นครั้งแรก

 

ด้วยความอยากใกล้ชิดชาวบ้าน จึงแวะลงไปดูสวนมะพร้าว มีลิงกำลังเก็บมะพร้าวพอดี และได้ดูวิธีการทำผลิตภัณฑ์น้ำมัน สกัดมะพร้าวเย็น แถมท้ายด้วยการทำขนมพื้นบ้าน พี่คนทำบอกว่า กิจกรรมนี้ต้องนัดแนะกันก่อน เพราะ ไม่ได้มีให้ดูทุกวัน ถ้านักท่องเที่ยวสนใจก็สอนให้ได้ค่ะ โชคดีจังที่ไปแล้วตรงจังหวะพอดี เลยได้ร่วมทำกับเขาด้วย

เดินเที่ยวและทำกิจกรรมแล้ว ท้องเริ่มหิว ได้รับคำแนะนำอีกครั้งจากคนในพื้นที่ว่า มาโฉลกหลำ ต้องไม่พลาด ชิมอาหารพื้นบ้านที่เข้ากันมีรวมทั้งหมดห้าอย่างด้วยกัน คือ ข้าวมันกะทิ เป็นข้าวที่เอากะทิมาร่วมปรุง (หน้าตาเหมือนข้าวมันไก่) ทานร่วมกับ น้ำชุบ ซึ่งก็คือน้ำพริก หน้าตาคล้ายๆ น้ำพริกเผา ทานกับผักสด อีกอย่างคือ น้ำชุบมุงมัง คือ การเอาลูกตะลิงปริง มาซอยใส่หอม พริกขี้หนู หรือ กุ้งแห้งร่วมไปด้วย หมูโค คือ การเอามาหมูมารวนทำให้แห้งใส่เครื่องปรุงรส และ แกงเลียง แบบบ้านๆ จะมีกุ้งแห้งที่ชาวบ้านทำเอง และผักที่ปลูกไว้ในบ้านนำมาทำเป็นแกงเลียง

หลังได้ชิมแล้วต้องยกนิ้วให้ เพราะ หรอยจังฮู้
มนต์เสน่ห์ของบ้านโฉลกหลำ อีกอย่าง คือ การได้เดินชิลล์บนถนนสายซีฟู้ด นักท่องเทียวเรียกว่า Seafood Street ในย่านตลาด ทุกร้านอาหารในย่านนี้จะมีแต่อาหารทะเลสดๆ เลือกซื้อและเลือกร้านนั่งได้เลย

แต่ถ้าชอบบรรยากาศแบบชิลล์มองเห็นพระอาทิตย์ตกดิน 360 องศา ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นภาพกว้างของเกาะพะงันได้ทั้งเกาะ ในมุมแบบ 360 องศา ตามชื่อเลยค่ะ

เผลอเดินเที่ยวแวบเดียว หนึ่งวันแล้วยังเที่ยวไม่ครบเลย จริงดังที่มีคนบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า โฉลกหลำ วันเดียวเทียวไม่จบ เพราะนี่ยังไม่ได้ไปแวะเที่ยวที่หาดมารีบู ซึ่งมีหาดทรายสะอาด เดินทรายนิ่มเท้า มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายภาพ ให้นอนอาบแดด และ ยังมี ทะเลแหวก อยู่ที่หน้าแม่หาด และเกาะม้า อีก

การมาเที่ยวที่นี่ไม่ยากเลยค่ะ จากกรุงเทพฯ มาลงที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตรงไปที่ท่าเรือเพื่อข้ามไปเกาะพะงัน จากท่าเรือที่เกาะพะงัน มีรถสองแถว ที่เป็นรถประจำทาง หรือเป็นรถรับจ้างเหมาแล้วแต่ความสะดวก ใช้บริการขับตรงไปในหมู่บ้านได้เลยค่ะ ถ้าถึงในหมู่บ้านก็ไม่ต้องห่วงเรื่องที่พัก เพราะ มีทั้งแบบโรงแรมขนาดใหญ่ รีสอร์ท ให้เลือกพักได้ตามความสะดวกของเงินในกระเป๋าเลยค่ะ

อ้อ!! ก่อนกลับ ชาวบ้านที่นี่ยังกระซิบบอกอีกว่า มีเทศกาลไดหมึกด้วยนะ แต่ต้องมาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เมษายน ช่วงนั้นมองออกไปหน้าหาดจะเห็นแสงสีเขียวระยิบระยับอยู่ในทะเล

ได้เลยค่ะ ครั้งหน้าจะมาร่วมเทศกาลไดหมึก แล้วเจอกันอีกครั้ง บ้านโฉลกหลำ ชุมชนของคนที่มีแต่รอยยิ้มและมิตรไมตรี

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล