OTOP นวัตวิถี

บทความที่น่าสนใจ

บ้านฟ้าหยาด ชุมชนต้นกำเนิด “มาลัยข้าวตอก” หนึ่งเดียวในไทย

ชีวิตของชาวอีสานนั้นผูกพันกับธรรมชาติ และวิถีแผ่นดินเกิด

ชาวอีสานมีความเชื่อว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลทำนาจะต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาพญาแถนบนฟากฟ้า เพื่อขอให้พญาแถนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งฝนได้ดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เพื่อให้สรรพสิ่งบนผืนโลกได้ดำเนินวิถีชีวิตไปตามครรลองที่ควรจะเป็น

ชาวบ้านบนแผ่นดินอีสานที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการทำไร่ทำนา ต้องอาศัยข้าวและพืชผลทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยงดำรงชีวิต น้ำฝนจากฟ้าจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นที่มาของประเพณีจุดบั้งไฟ ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นความหวังและกำลังใจของชาวอีสานมาเนิ่นนาน

หากแต่ในเวลาต่อมางานประเพณีบุญบั้งไฟได้ถูกพัฒนาทั้งรูปแบบงานและรูปแบบบั้ง จากงานประเพณีบ้านๆ กลายเป็นงานประเพณีระดับจังหวัดที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปชมอัตลักษณ์ของชาวอีสาน

หนึ่งในนั้นคือ ชาวฟ้าหยาดที่ร้อยมาลัยดอกมณฑารพ นี่คือชาวบ้าน ต.ฟ้าหยาด อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ชุมชนต้นกำเนิด “มาลัยข้าวตอก” หนึ่งเดียวในไทย อาจกล่าวได้ว่าชุมชนบ้านฟ้าหยาดเป็นตำบลเล็กๆที่มีการจุดบั้งไฟเหมือนชุมชนอื่น แต่ที่นี่เป็นชุมชนเดียวที่มีงานประเพณี “แห่มาลัยข้าวตอก” บูชาพระพุทธเจ้าเนื่องในวันมาฆบูชา

ข้าวตอกทำขึ้นเพื่อทดแทนดอกมณฑารพ หรือดอกไม้แห่งสรวงสวรรค์ โดยทุกวันมาฆบูชาชาวบ้านจะร่วมมือร่วมใจนำข้าวตอกมาร้อยเป็นมาลัยพวงใหญ่เพื่อถวายพระพุทธเจ้า จึงกลายเป็น “ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ”

มาลัยข้าวตอกยังนับเป็นการสร้างชิ้นงานที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น คือการนำเอาข้าวเปลือกข้าวเหนียว มาคั่วในหม้อดิน ใช้ก้านกล้วยคนไปมาเพื่อให้เม็ดข้าวแตกเป็นดอก จากนั้นก็คัดแยกระหว่างดอกข้าวตอกและกากเปลือกข้าวโดยการนำไปฝัด(ร่อน)ในกระด้งเพื่อให้กากข้าวนั้นปลิวออกให้เหลือเพียงเม็ดดอกข้าวตอกเท่านั้น ภูมิปัญญาจากชิ้นงานประการต่อมาคือ การร้อยดอกข้าวตอก หากร้อยให้ด้านที่มีสีเหลืองขึ้ด้านบนจะทำให้มาลัยนั้นมีลักษณะสีข้าวอมเหลือง แต่ถ้าหากร้อยให้ด้านที่มีสีเหลืองนั้นคว่ำลง จะทำให้มาลัยนั้นเป็นสีขาวโพลน โดยการร้อยต้องใช้เข็มสอยเท่านั้นเพราะหากใช้เข็มร้อยมาลัยจะทำให้ดอกข้าวตอกนั้นเกิดการแตกเสียหายได้ จากความสามารถในการร้อยมาลัยนี่เองจึงเป็นที่มาของประเพณีการแห่มาลัยรูปทรงของมาลัยก็นับเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้รังสรรค์ขึ้น

ไปยโสธรทั้งทีต้องแวะไปชมพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก และชมบริเวณรอบรอบวิมานพญาแถน ต่อด้วยกราบสักการะพระพุทธรูปหยกขาวใหญ่ที่สุดในไทย สักการะรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทยโสธร

สอบถามการท่องเที่ยวบ้านฟ้าหยาด กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงฟ้าหยาด
โทร. 09-3183-4693
สอบถามการเดินทางและการท่องเที่ยวใน จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ
โทร. 045-243-770, 045-250-71

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล