บ้านน้ำทรัพย์ เมืองคาวบอย ที่อัดแน่นไปด้วยธรรมชาติและการเรียนรู้

นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนจังหวัดเพชรบุรีส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปทะเลชิลล์ๆ แต่หากต้องการประสบการณ์แปลกใหม่สไตล์ใกล้ชิดธรรมชาติ เช่น ขี่ม้า ชมป่า เดินเล่น ลัดเลาะภูเขา หรือ ดูนก ถ่ายรูปนกเงือก ต้องปักหมุดไปเช็คอินกันที่นี่เลย “บ้านน้ำทรัพย์” ที่แก่งกระจาน ที่มีชื่อเล่นว่า “คาวบอยวิลเลจ”
และนักท่องเที่ยวที่ติดใจธรรมชาติและวิถีชีวิตที่นี่บอกกันปากต่อปาก ที่นี่มีอะไรมากมายรอให้เราค้นหาและเรียนรู้ เพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมดูงานที่หมู่บ้านคาวบอยเล็ก ๆ แห่งนี้ถึงปีละกว่า 50,000 คน ชูชาติ วรรณขำ ผู้ใหญ่บ้านผู้นำพาชุมชนแห่งนี้สู่วิถีพอเพียงอย่างมีความสุข เล่าว่าในช่วงแรกๆ ของการพัฒนาหมู่บ้านไม่ได้ตั้งใจให้คนมาดูงาน คิดว่าคงจะมีคนมาเที่ยวบ้าง แต่พอทำไปได้สักพักก็พบว่า คนก็เริ่มมาเที่ยวศึกษาดูงานกันมากเรื่อย ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน

ใครที่ไปถึงศูนย์เรียนรู้ของหมู่บ้านต้องร้องอ๋อ ว่าทำไมถึงเรียกบ้านน้ำทรัพย์ว่า กรีนคาวบอยวิลเลจ เพราะผู้ใหญ่บ้านชูชาติเองนั้น แต่งกายสไตล์คาวบอยประจำ รวมถึงวันที่เรามาเที่ยวที่นี่ แถมไปไหนมาไหนในหมู่บ้านก็ขี่ม้าไปเสียด้วยสิ

หัวใจอยู่ที่ศูนย์เรียนรู้ของหมู่บ้าน มีลานขี่ม้า ที่ทำไว้รองรับนักท่องเที่ยว เราเห็นม้าเล็มหญ้าอยู่ใกล้ ๆ ผู้ใหญ่บอกว่านักท่องเที่ยวสามารถเอาม้าไปขี่ ลัดเลาะชมหมู่บ้านได้ ใครขี่ไม่เป็นก็มีบริการฝึก ลากจูงให้อยู่บริเวณใกล้ ๆ ศูนย์ หรือจะนั่งรถม้าให้พาชม ที่หมู่บ้านก็มีรถม้าที่สั่งทำจากลำปางให้มานั่งกันชิลล์ๆ นี่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนุกกันได้ทุกเพศทุกวัย ผู้ใหญ่ได้ความคิดนี้มาเมื่อสองสามปีก่อน

“สมัยที่ยังไม่มีถนนหนทางเหมือนสมัยนี้ ชาวบ้านก็ใช้ม้าเป็นพาหนะในการเดินทาง และชาวบ้านในหมู่บ้านก็มีม้าเพื่อใช้ต้อนวัวเข้าฝูง เราจึงเอาเรื่องการขี่ม้าเป็นจุดเด่นในการดึงดูดให้คนมาท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านเคยมีและเคยเป็น”

ไม่น่าแปลกที่หมู่บ้านนี้ได้รับรางวัลระดับประเทศมากมาย และเป็นต้นแบบหมู่บ้านพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่มาจากทรัพย์ในดินสินในน้ำและการรวมแรงรวมใจของชาวบ้าน จึงทำให้เกิดการพัฒนารวมถึงกิจกรรมสนุก ๆ ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมาย

ผู้ใหญ่บอกว่านักท่องเที่ยวเลือกได้เลยว่าชอบแบบไหน ใครจะมาเรียนรู้แบบท่องเที่ยวการเกษตร ก็สามารถไปชมการเกษตรผสมผสานของจริง ได้ ไปชมมะนาวกับทุเรียนที่ปลูกในแปลงเดียวกัน หรืออยากชมแปลงผักปลอดสารก็มีให้ชม หรือใครอยากจะขี่ม้าเที่ยวไปดูนกป่าในแก่งกระจาน ก็สามารถเช่าม้าไปได้ ที่เด็ดกว่านั้นคือหมู่บ้านนี้เป็นแหล่งที่อยู่ของนกเงือก ที่ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรวมใจกันอนุรักษ์ด้วย นกเงือกมักบินมากินผลไม้ของชาวบ้านเป็นประจำ

ถึงจะอยู่ไกลจากตัวเมือง ก็ไม่ต้องกลัวอด เพราะเขาอยู่กับเขื่อน มีข้าวปลาอาหารสมบูรณ์ เมนูที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือทอดมันหัวปลี แกงป่าไก่ประดู่หางดำ และยำปลาส้ม และที่ขึ้นชื่อต้องชิมและซื้อกลับไปคือ ‘คั่วกลิ้งปลาส้ม’ สินค้าโอทอป ตัวท็อปของหมู่บ้านนี้ ปลาที่ใช้ทำปลาส้ม คือ ปลาตะเพียน ที่จับมาจากต้นน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ใครอยากไปลองเหวี่ยงแหจับปลาเขาก็มีบริการให้ลองกัน
 
ส่วนขนมมีทองม้วนและทองพับแสนอร่อยที่ทำกันสดใหม่ ไม่มีมาเก็บใส่ปี๊บให้เหม็นหืน ที่นี่ทำส่งไปในร้านดังตามจุดท่องเที่ยวภายใต้แบรนด์ ‘เพชรน้ำทรัพย์’ หรือถ้าใครอยาก ทดลองทำทองม้วนด้วยตนเองก็มีคุณป้าคอยสอนให้ ความโดดเด่นคือความหอมของน้ำตาลโตนด ที่เป็นของบ้านน้ำทรัพย์แห่งนี้

‘โฮมสเตย์’ ที่หมู่บ้านก็สะดวกสบาย เพราะเขาทำจนมีประสบการณ์กันแล้วเพราะมีแกมาพักบ่อยๆ และผู้ใหญ่เองก็จัดระบบไว้ให้ความสะดวกกับนักท่องเที่ยวได้ ถ้าเป็นหมู่คณะก็ได้เป็นร้อยกว่าคน ใครที่ต้องการมาชมธรรมชาติเต็มๆ ตื่นมาชมสายหมอกรายรอบป่าเขียว น่าจะต้องมาค้างคืนกัน นอกจากนี้อีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการนั่งเรือไปชมวิวสวยจับใจในยามเช้า

สายหมอกกับภูเขาที่หลังเขื่อน ที่เป็นสิ่งที่แม้แต่ผู้ใหญ่เองยังติดใจ “หมอกมีตลอดปี สวยทั้งปี แต่ช่วงที่สวยมาก ๆ คือปลายฝนต้นหนาว” ผู้ใหญ่ชูชาติกล่าว

นี่แหละสาเหตุที่ต้องมาเช็คอินที่คาวบอยวิลเลจ หมู่บ้านน้ำทรัพย์กัน รับรองจะซึ้งขึ้นไปอีกถ้ารู้ว่าผืนป่าเขียวขจีตรงหน้านั้น เคยเป็นภูเขาหัวโล้น มาก่อนเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว และมันกลับมาเขียวสุดหูสุดตาได้เพราะแรงใจแรงกายของคนในชุมชนที่ทำหน้าที่อนุรักษ์ผืนป่านี้ ความสุขของคนในชุมชนมาจากความภูมิใจ และเราไม่น่าแปลกเลยที่เห็นรอยยิ้มของเจ้าบ้านที่มาจากความสุขข้างในจริง ๆ

บ้านน้ำทรัพย์ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๙ ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ไปทางเส้นพระราม 2 ลงใต้ ไปเส้นทางเดียวกับโครงการช่างหัวมัน

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล