ชวนเที่ยววิถีอีสานกับ 10 จุดเช็คอินที่สายเที่ยวห้ามพลาด

เส้นทางสายอีสานเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่คนไทยนิยมไปเที่ยว ไม่น้อยกว่าภาคอื่น ๆ ในประเทศไทย แต่แม้จะเคยไปเยือนมานับสิบ นับร้อยครั้ง แต่เส้นทางการท่องเที่ยวสายอีสานยังมีมนต์เสน่ห์ที่ต้องค้นหาอีกมาก ถ้าพร้อมที่จะหลงรักวิถีอีสานกับเราแล้วก็ตามมาเลยค่ะกับ 10 จุดเช็คอินที่ขอบอกเลยว่าถ้ามาแถบนี้ต้องแวะให้ได้

1. บ้านกู่กาสิงห์เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด
บ้านกู่กาสิงห์เป็นชุมชนที่มีเอกลักษณ์และสามารถถ่ายทอดวิถีความเป็นอยู่ของชาวไทยอีสานได้เป็นอย่างดีหากใครได้มาที่จังหวัดร้อยเอ็ดแนะนำให้มาร์กที่นี่ไว้เป็นจุดเช็คอินหลักๆอีกจุดหนึ่งค่ะเพราะเมื่อได้เข้ามาในชุมชนจะได้พบกับมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นมีกิจกรรมให้ทำมากมายอาทิ ลองย่ำนาหว่านข้าวในเขตทุ่งกุลาร้องไห้อีกทั้งที่นี่ยังมีกิจกรรมกลุ่มซึ่งจัดไว้ให้สำหรับหน่วยงานต่าง ๆที่ต้องการทำ CSR Outing เพื่อให้บุคลากรได้แลกเปลี่ยนอัตลักษณ์ความรู้วิถีชุมชนและวัฒนธรรมร่วมกันผ่านกิจกรรมภายในชุมชนค่ะ

2. ชุมชนหนองแหนกุดชุม จ.ยโสธร
สำหรับสายเนื้อที่นี่คือ จุดเช็คอินที่ห้ามพลาดเพราะมีเนื้อโคนุ่ม ๆ ฉ่ำ ๆ รอให้คุณมาลิ้มลองในชุมชนหนองแหนอำเภอกุดชุม ยโสธร ชุมชนที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ความเป็นฟาร์มโคผสมผสานกับวิถีชีวิตไทยอีสานแบบพื้นบ้านดังนั้น หากได้มาที่นี่แนะนำให้ลองพักโฮมสเตย์กับชาวบ้านดูนะคะจะได้พักผ่อนสัมผัสวิถีชีวิตชาวยโสธร สักการะพระธาตุเจดีย์วัดป่าพุทธิคุณมีสินค้า OTOP ให้อุดหนุนอีกมากมายทั้งหมวกหนังทรงคาวบอยเสื่อสานผ้าทอมือเรียกได้ว่ามาแล้วได้ฟินครบจบในชุมชนเลยหล่ะค่ะ

3. อาคารรูปทรงคางคกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จ.ยโสธร
พิพิธภัณฑ์พญาคันคากหรือพิพิธภัณฑ์คางคกเป็นอาคารรูปทรงคางคกโดดเด่นสะดุดตาใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องแวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้วยกันทั้งนั้น

แต่มากกว่ารูปทรงที่แปลกตาที่นี่ยังมีตำนานเรื่องเล่าพื้นเมืองของชาวอีสานเกี่ยวกับพญาคางคกและเรื่องราวของบุญบั้งไฟในรูปแบบนิทรรศการให้เข้าชมกันภายในอีกด้วยหากใครอยากเรียนรู้วิถีชีวิตภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวยโสธรให้ลึกซึ้งต้องมาที่นี่เลยนะคะ

4. ย่านบ้านเก่าสิงห์ท่า จ.ยโสธร
เป็นย่านการค้าในอดีตที่เจริญรุ่งเรืองมากจึงมีศิลปะอันผสมผสานของวัฒนธรรมทั้งจีนไทยและลาวแฝงอยู่ในสถาปัตยกรรมตึกรามบ้านช่องผสมผสานกับวิถีชีวิตที่ยังคงดำเนินต่อมาอย่างลงตัว โดยย่านนี้อยู่ติดกับศาลหลักเมืองจังหวัดยโสธร จะถือโอกาสแวะสักการะศาลหลักเมืองและดื่มด่ำกับบรรยากาศหรือเดินถ่ายรูปชิค ๆ ที่นี่ก็ถือว่าตอบโจทย์ค่ะ

5. บ้านดงน้อยนาดูล จ.มหาสารคาม
“ท่องเที่ยวสุขใจกับไทดงน้อย” สโลแกนน่ารัก ๆ ของชาวบ้าน บ้านดงน้อยที่จัดเตรียมชุมชนไว้รองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ จึงยินดีแนะนำให้ชื่อชุมชนบ้านดงน้อยไว้เลยนะคะเพราะที่นี่ถือว่าต้องมาให้ได้ด้วยกิจกรรมในชุมชนมีให้เลือกทำหลากหลายมากอาทิการทอผ้าการแปรรูปผ้าแปรรูปของที่ระลึกจากไม้ เยี่ยมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง การทำน้ำสมุนไพร การแปรรูปเสื่อกกและนอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้การทำขนมจีนโบราณเพาะกล้ายางนาซึ่งเป็นไม้ประจำถิ่นแอบกระซิบเลยนะคะว่าบรรยากาศของที่นี่สงบและอบอุ่นมาก ๆ ห้ามพลาดสุด ๆ

6. บ้านโคกว่านหนองโสน จ.บุรีรัมย์
อีกหนึ่งสถานที่ที่แนะนำให้มาเช็คอินคือบ้านโคกว่านที่นี่มีของดีที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ข้าวเม่าโบราณ” ค่ะแต่จะมาซื้อข้าวเม่าอย่างเดียวก็ใช่ที่ เพราะที่นี่มีการเรียนรู้วิธีการทำข้าวเม่าแบบโบราณคั่วกับมือทำกับมือทุกขั้นตอนให้เรียนรู้รับรองว่าคุณจะได้ทำทุก ๆ ขั้นตอนจนได้ข้าวเม่าทอดจากฝีมือตัวเองกลับไปฝากคนที่บ้านเลยล่ะค่ะ

7.ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์

ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของอีสานใต้ถือเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อความศรัทธา และความเจริญรุ่งเรืองที่หลงเหลือให้คนรุ่นหลังได้เข้าไปศึกษาและเยี่ยมชมค่ะ
หากผ่านมาบุรีรัมย์ ต้องหาโอกาสขึ้นไปชมความงามของปราสาทหินพนมรุ้งและศึกษาความเป็นมาของที่นี่กันนะคะรับรองว่าต้องหลงเสน่ห์ให้กับความสวยงามของที่นี่แน่นอนค่ะ

8. บ้านบึงสิบสี่โนนทอง จ.ชัยภูมิ

สำหรับบ้านบึงสิบสี่นับเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะมีการจัดเตรียม โฮม สเตย์ไว้รองรับแขกที่มาเยือนพร้อมพาท่องเที่ยววิถีชีวิตของเกษตรกรชาวบึงสิบสี่กับกิจกรรมสานหมวกชมสวนส้มโอนอกจากนี้ยังมีพิธีบายศรีสู่ขวัญเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเป็นแขกในชุมชนอีกด้วย บอกเลยว่าที่นี่ทุกคนจะได้สัมผัสกับบรรยากาศอบอุ่นเหมือนครอบครัวเลยค่ะ

9. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ
หลังจากท่องเที่ยวชุมชนแล้วก็อยากให้ทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศมาชมความงดงามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้น ในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ที่ที่เราจะได้พบกับหินรูปทรงแปลกตาจำนวนมาก และสนุกไปกับการจินตนาการว่าหินแต่ละก้อนนั้น เหมือนกับอะไรบ้าง ถ้ามาเที่ยวอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ในช่วงฤดูฝนจะได้พบกับทุ่งดอกกระเจียว ที่บานสะพรั่งเต็มพื้นที่แต่ถ้ามาในฤดูหนาว ก็อาจจะได้เห็นทะเลหมอกอีกด้วย แต่ไม่ว่าจะมาช่วงไหนที่นี่ก็สวยสะกดสายตาราวกับมีมนต์เสน่ห์ให้ต้องตกหลุมรักตาม ๆ กันไปเลยค่ะ

10. มอหินขาว จ. ชัยภูมิ

มอหินขาวหรือสโตนเฮนจ์เมืองไทยตระการตาไปด้วยแท่งหินรูปทรงต่าง ๆ ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานเป็นความสวยงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ให้เกิดมอหินขาวแห่งนี้ นับเป็นจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวเพราะมีเสาหินหลายจุดให้เดินถ่ายภาพเก็บความประทับใจยิ่งถ้าไปช่วงเย็น ๆ รอให้ตะวันคล้อยลงก็จะทำให้เดินเที่ยวได้ง่ายไม่ร้อนมากค่ะ

สำหรับใครที่กำลังหาแหล่งท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวอย่าลืมลิสต์จุดเช็คอินสายอีสานทั้ง 10 แห่งนี้ไว้เป็นจุดหมายปลายทางของคุณด้วยนะคะ รับรองว่าการเที่ยวครั้งหน้า คุณจะได้รับความรู้สึกที่แปลกใหม่และเปลี่ยนความคิด ความเชื่อ ไปจากเดิมแน่นอนค่ะ

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล