OTOP นวัตวิถี

บทความที่น่าสนใจ

“กะเลิง” คืออะไร… ต้องไปที่บ้านม่วงคำ

ผักหวานน่ากิน ชมแหล่งหินตัด ธรรมชาติงามล้น ชนเผ่ากะเลิง

          เต่างอย เต่างอย เต่างอย เต่า เต่า เต่างอย…” เสียงเพลงดังขึ้นจากลำโพงที่ใดสักที่ พลันเกิดความคิดขึ้นว่า ที่อำเภอเต่างอยมีอะไร เรามาลองหาคำตอบไปพร้อมๆ กันดีกว่า ไปกันที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอเต่างอย เขาว่ากันว่าเป็นหมู่บ้านที่น่าสนใจทั้งในแง่ธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม ถ้าพร้อมแล้วตามมาที่ “บ้านม่วงคำ” ได้เลย

เสียงแคน ลำกลอน สะท้อนวิถีกะเลิง

หมอแคนกำลังอวด “ลาย” อันหมายถึงเพลงในภาษาถิ่นอีสาน เสียงแคนไพเราะก้องดังราวกับบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีหลายชิ้นประกอบกันเป็นเสียงเพลง หมอลำก็ขึ้น “ลำกลอน” ภาษาถิ่นสำเนียงไพเราะเคล้าคลอกันไปกับเสียงแคน ท่ามกลางแมกไม้สูงต่ำที่รายรอบเราอยู่ สลับกับแนวถนนดินและเรือนไม้ใต้ถุนสูง

“คนที่นี่เป็นชนเผ่ากะเลิง หรือเรียกว่าไทบ้านกะเลิงนะครับ เรามีวัฒนธรรมที่สืบทอดมาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายาย เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย…” ชาวบ้านม่วงคำกล่าวขึ้น ก่อนนำเราไปสู่การแสดงต้อนรับที่สนุกสนานชุดต่อมาที่ชื่อ “ฟ้อนออนซอนแนวกินถิ่นม่วงคำ” เด็กสาวชาวบ้านหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ใส่ชุดชาวกะเลิงสีน้ำเงินออกมาฟ้อนให้เราชมอย่างพร้อมเพรียงกัน ดูก็รู้ว่าซ้อมกันมาอย่างดี ท่าทางต่างๆ แสดงถึงวิถีชาวบ้านม่วงคำที่เดินออกไปหาพืชผักตามธรรมชาติ เก็บดอกไม้ใบหญ้ากลับมาที่เรือน “ชุดของชาวกะเลิงสีน้ำเงินเข้มๆ พวกนี้ย้อมมาจากอะไรครับ” เราสอบถามชาวบ้านที่นั่น…

“ย้อมคราม” ชาวบ้านที่นี่ปลูกต้นครามเอาไว้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการย้อมผ้า ชาวกะเลิงนิยมใส่ผ้าฝ้าย และมีความสามารถในการทอผ้าเป็นอย่างดี ไม่ใช่แต่เพียงทอออกมาเป็นผ้าสีพื้นธรรมดา แต่ชาวบ้านยังทอยกดอกผ้าให้เกิดลวดลายสวยงาม อย่างลายดอกแก้ว ที่ทำให้ผ้าผืนธรรมดาดูมีเสน่ห์ขึ้นมามากเป็นพิเศษ แต่ผืนที่เราซื้อกลับมา ไม่ได้ย้อมคราม แต่ย้อมด้วยต้นเพกาหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ลิ้นฟ้า” ปนกับแก่นขนุน สีผ้าออกเป็นสีฟ้าอมเขียวอ่อนๆ ทอให้มีลายสีขาวกระจายอยู่ในเนื้อผ้าสับหว่างกัน สวยงามไปอีกแบบ

แอ่งเล็กเช็คอิน ที่บ้านม่วงคำ

อำเภอพรรณานิคมห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร จากอำเภอเต่างอยของบ้านม่วงคำที่เรายืนอยู่ มีโบราณสถานหินทรายจากยุคขอมอยู่บนยอดเขา เรียกว่า “พระธาตุภูเพ็ก” แต่สิ่งก่อสร้างบนยอดเขาที่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรนี้ ใช้หินทรายจากพื้นที่ใกล้ๆ บ้านม่วงคำแห่งนี้ ชาวบ้านเรียกกันว่า “แหล่งหินตัด” เราไปเยี่ยมชมหินทรายรูปทรงสี่เหลี่ยมก้อนใหญ่หลายก้อน วางตัวอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบ บางก้อนยังถูกตัดไม่ขาดดี ชาวบ้านบอกว่ากรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนที่นี่เป็นโบราณสถานแล้ว นับว่าบ้านม่วงคำมีสถานที่สำคัญทางโบราณคดีมากทีเดียว

เรายังไปกันต่อที่แหล่งธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์บนผาผึ้ง จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของบ้านม่วงคำที่มองออกไปจะเห็นทิวทัศน์ออกไปไกลหลายกิโลเมตร เห็นภูสี่ลูกเบื้องหน้าทอดแนวสลับกันจนสุดสายตา เรียกได้ว่าอยากจะนั่งตา-กลม ตาก-ลม บนนี้ให้เย็นสบายหายเหนื่อยกันเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

ลงมาจากผาผึ้ง โฮมสเตย์บ้านม่วงคำที่เป็นเรือนไม้ยกพื้นสูงตามแบบชาวกะเลิง รอต้อนรับเราด้วยมื้ออาหารพื้นบ้านอยู่แล้ว อาหารที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือ “ผักหวาน” ที่ปลูกอย่างปลอดสารพิษ บ้างก็ขึ้นเองตามธรรมชาติ รสชาติหวานสมชื่อ ชาวบ้านบอกว่าไม่ว่าจะนำมาปรุงอยู่ในเมนูไหนก็เข้ากัน แต่วันนี้เราได้กินแกงผักหวานใส่เห็ด รสชาติจัดจ้าน ส่วนใครที่ไม่กินรสจัดก็สามารถบอกเมนูคุณพี่เจ้าของโฮมสเตย์ไว้ได้ก่อนเลย คุณพี่เขากระซิบมาว่าจัดให้เต็มที่ บริการเต็มใจ

ข้อมูลการเดินทาง

จากศาลากลางจังหวัดสกลนครเราสามารถใช้ถนนสุขเกษมมุ่งหน้าไปทางตะวันตก วิ่งตรงผ่านแยกประมาณ 3.8 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2339 ประมาณ 19 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านม่วงคำ ตำบลนาตาล รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 35 นาที เราก็จะได้สัมผัสกับความสุขที่เรียบง่าย สไตล์ไทบ้านกะเลิง กันแล้ว

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร

ติดตามข่าวสารโครงการ OTOP นวัตวิถีก่อนใคร ทางอีเมล